ชมรมคนรักนกพิราบแข่งแห่งประเทศไทย - Thai Racing Pigeon Community  


กลับไป   ชมรมคนรักนกพิราบแข่งแห่งประเทศไทย - Thai Racing Pigeon Community > ห้อง - เยี่ยมกรงนก
สมัครสมาชิก/Register คู่มือการใช้ รายชื่อสมาชิก Online Store ปฏิทิน

ห้อง - เยี่ยมกรงนก ห้องนี้มีไว้สำหรับนำเสนอกรงดังๆในประเทศไทยเพื่อที่จะได้ทราบว่าพวกเค้ามีวิธีการเลี้ยงอย่างไรบ้างเพื่อประโยชน์ต่อนักเลี้ยงนกทั่วไปในการพัฒนาการเลี้ยงครับ


ตอบกลับ
 
เครื่องมือหัวข้อ Display Modes
เก่า 09-04-13   #1111
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
นกใกล้บินดีในระยะไกลได้หรือไม่? ตอน 2

เรียนสมาชิก

ในโพ้ส 1109 ผมนำเรื่องของนาย Ad ตามหัวข้อข้างบนนี้มาแปล ซึ่งมีอยู่ 2 ตอน แปลตอนแรกไปแล้ว ทิ้งไว้จนสมาชิกเริ่มลืม ผมก็ย่องกลับมาแปลตอนที่ 2 ซึ่งเล่าเรื่องราวได้น่าสนใจเช่นเคย

แปล

เมื่อปี 2004 นักแข่งนกระยะใกล้ที่โด่งดังมากคนหนึ่งชื่อ Albert Marcelis ได้เสียชีวิตลง ซึ่งนับเป็นความสูญเสียของวงการนกยุโรป

ในช่วงที่เขาเจ็บป่วยหนักอยู่ในโรงพยาบาล เรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำเติมก็คือ นกดีจำนวนหนึ่งของเขาถูกขโมยไป

คนบางคนช่างเลวทรามต่ำช้าจริง ๆ และนี่ก็ช่วยยืนยันได้ว่า นกเขาต้องดี ๆ จริง ๆ จนเป็นที่ต้องการของผู้ทุจริต เพราะการขโมยนกธรรมดา ๆ นั้นไม่คุ้มแน่

ในกลุ่มของนกสปริ้นเตอร์นั้น Albert ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่ง เขามักพูดอยู่เสมอว่าเขาไม่กล้าส่งนกเข้าแข่งเกินระยะ 300 กิโลเมตร เพราะเชื่อว่านกเขาบินได้แค่ระยะนั้น

ในช่วงที่เขาอายุย่าง 90 ปี เขามีหนุ่มข้างบ้านทำหน้าช่วยเหลือดูแลนกให้อย่างดี และเมื่อถูกถามว่าจะตอบแทนให้ชายหนุ่มนั้นอย่างไร คำตอบก็คือ เงินทองนั้นไม่สำคัญ นกของ Albert ทำให้เขามีความสุขอย่างมากแล้ว

ดังนั้น ชายหนุ่มที่ช่วยเลี้ยงชื่อ Eric Berckmoes จึงถือเป็นผู้ได้รับมรดกนกของ Albert ไป

(ชื่อของ Berckmoes ผมผู้แปลไม่ทราบว่าชาวเบลเยี่ยมออกเสียงว่าอย่างไร แต่ถ้าเผอิญออกเสียงว่า เบอกาม๊อท ผมก็ขอเดาโดยไม่ต้องเห็นรูปเห็นหน้ามาก่อนเลยว่า นายคนนี้ จะต้องมีผมหนาทึบเต็มศีรษะ ไม่มีร่วงหลุดแต่อย่างใด และต้องเป็นแรงบันดาลใจของเจ้าของผลิตภัณท์สระผมยี่ห้อดังชื่อ เบอกาม๊อท ของเมืองไทยแน่ ๆ เลย )

ในช่วงที่ช่วยเซียนใหญ่เลี้ยงอยู่นั้น Berckmoes นอกจากจะเป็นชายหนุ่มที่มีความกระตือรือร้นในการแข่งนกมากแล้ว เขายังมีความเห็นว่า การแข่งนกใกล้อย่างเดียวนั้นไม่สนุกถึงที่สุด เขายังมีความคิดที่จะเข้าแข่งขันที่เมือง Antwerp ปะทะมือกับนักแข่งดัง ๆ อีกมากหลายในระยะกลางและไกล

แรกทีเดียว ผู้คนหัวเราะกันยกใหญ่ในความคิดของเขา จะเอานกของ Albert นี่นะมาแข่งกับแชมป์ ๆ ทางไกล ฝันไปหรือเปล่า

แต่พวกนั้นก็หัวเราะได้ไม่นาน

นอกจากผมบนหัวจะยังคงดกดำเพราะอนิจสงค์ของยาสระผม ซึ่งเจ้าของผลิตภัณท์คนไทยที่ได้แรงบันดาลใจจากชายหนุ่มคนนี้ ส่งมาให้ใช้แบบไม่จำกัดจำนวนแล้ว นาย Berckmoes ยังประสบชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่าในระยะกลาง และยังชนะระยะไกลระดับชาติในจุด Bourges อีกด้วย

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Albert Marcelis รู้สึกทั้งทึ่งและดีใจ

เขาไม่เคยฝันถึงว่านกของเขาจะชนะในระยะ 500 กิโลเมตรได้ ถึงแม้ว่านกที่ชนะจะมีสายเลือดเข้ามาผสมด้วย เพราะ Eric Berckmoes เชื่อในทฤษฎีการผสมข้ามสายพันธุ์ Crossing แต่ข้อเท็จจริงมีอยู่ในหมู่นกแข่งทางไกลเหล่านั้น มีเลือดของนก Marcelis 75%

Borgmans

ยังมีเซียนอีกคนชื่อ Marcel Borgmans จาก Turnhout ซึ่งเป็นคนละคนกับ Borgmans จาก Reusel ซึ่งนำนกของ Klak มาเล่นจนโด่งดัง

เขาแข่งจุด Noyon ซึ่งมีระยะแข่ง 240 กิโลเมตร เป็นจุดแข่งขันที่มีเซียนดัง ๆ และจำนวนนกเข้าแข่งมากมาย

และจุดการแข่งขันนี้ ได้สร้างชื่อเสียงแก่นกดังตัวหนึ่งที่แข่งโดย Jos V d Veken นกตัวนั้นชื่อ Olieman ที่ดังระดับตำนานนั่นเอง

Olieman เกิดในปีเดียวกับนกตำนานอีกตัวหนึ่งคือ 019 ของพี่น้องแจนเซ่น ซึ่งมีกรงอยู่ห่างออกไปเพียง 6 กิโลเมตรเท่านั้น แต่ส่งนกเข้าแข่งขันใน combine ของ Arendonk ซึ่งเป็นคนละหน่วยกัน ก็เหมือนกับเมืองไทยที่นาย ก แข่งที่สมาคมหนึ่ง ในขณะที่นาย ข แข่งอีกสมาคมหนึ่ง

โลกทั้งโลกรู้จัก 019 ซึ่งชนะอย่างมากมาย แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่า Olieman นั้นเหนือกว่า

ในหลาย ๆ อาทิตย์ที่ทั้ง 019 และ Olieman ต่างก็ชนะการแข่งขัน Noyon เพียงแต่ต่างก็ไปสร้างดาวคนละดวง คนละ combine กัน แต่สปีทความเร็วของ Olieman นั้นทำเวลาได้เร็วกว่า 019 เสมอ

ดังนั้นถ้านกทั้งสองตัวนี้แข่งใน combine เดียวกัน แล้วละก้อ 019 จะต้องทำสถิติ ได้ที่ 2 หลาย ๆ ครั้งเป็นแน่

ผู้คนต่างไม่ค่อยรู้เรื่องนี้กันมากนัก เพราะ Van der Veken เป็นคนไม่ชอบโฆษณาตัวเองในขณะที่แจนเซ่นเก่งมากในเรื่องนี้ โดยเฉพาะน้องคนที่ชื่อ Louis

นกที่ชื่อ Fieneke ของ Vervoort นกชนะปี 2003ที่ได้ชื่อว่าได้ราคาประมูลสูงสุดในหมู่นกชนะระยะกลาง เมื่อปี 2004 ก็เป็นนกสืบสายเลือดของ Olieman นี่แหละ

เรามาย้อนถึง Marcel Borgmans

ในช่วงปี 80 เขาเป็นเซียนดังมากจากนกที่ได้มาจาก Van Loon เขาย้อนกับไปแข่งกับ Hofkens และ Van Loon ในระยะกลาง ใน Combine ของเขต Lier

ในหลายปีแรก ผลงานออกมาดีมาก แต่ต่อมาผลงานแย่ลงจนเขาเริ่มเบื่อ จึงขายนกออกไปหมด

เขาทำให้นกหมดสภาพเพราะไปบังคับให้นกบินไกลกว่าระยะถนัด มีคนว่าไว้อย่างนั้น

ผมไม่ทราบเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงอย่างไร แต่ที่ผมรู้ก็คือมีนักเลี้ยงจาก Flanders ซื้อนกของเขาไป ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นแชมป์ระยะกลางและไกลที่ยิ่งใหญ่

ใครรู้ไม๊

Maurice Cassaert จาก Nechin หนึ่งเดียวคนนั้น

แต่ก็อีกนั่นแหละ เหมือนกับ Berckmoes และอื่น ๆ อีกหลายคนที่นำนกไปผ่าทำให้เพิ่มประสิทธิภาพ

Cassaert ก็เหมือนกับเซียน ๆ อีกหลายคน พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงชอบนก อินบรีทกันนัก เพราะว่ามันดีแค่เพียงธุรกิจเท่านั้น ถ้าจะเอาเก่งเพื่อชนะ ก็ต้องผ่า

Soontjens

Soontjens จาก Wommelgen ซึ่งอย่าไปสับสนกับอีกคน ที่ชื่อ Zoontjens จาก Riel

เขาคนนี้แข่ง Noyon เท่านั้น และในช่วงปี 80 เขาดังมากจน William Geerts มาสร้างปรากฏการณ์ ในผลงานสุดยอดใน union Antwerp

เพื่อเตรียมนกสำหรับแข่งระยะไกล Geerts จะต้องส่งนกเข้าแข่ง Noyon 2 ครั้ง ในหน่วย combine ซึ่ง Soontjens แข่งอยู่

Geerts มักจะบอกว่าเขาเกลียดที่จะแข่ง Nayon เพราะ นกของ Soontjans ชนะเขาอยู่เรื่อย ทำให้ชื่อเสียงของเขาหมองลง

โชคดีที่เขาย้ายไปส่งแข่งที่ combine อื่น ในระยะกลางที่ Union Antwerp ซึ่งทำให้เขากลับมาชนะได้บ้าง เพราะ Soontjens แข่งเฉพาะ Noyon

โดยส่วนตัว ผมชื่นชม Soontjens มากถึงกับไปหาเขาเพื่อขอซื้อนกแต่ก็ไม่ได้ติดมือกลับมาเพราะผมไม่ชอบที่นกตัวใหญ่ไป นั่นคือข้อผิดพลาดที่ผมทำลงไป

ต่อมา Pros Roosen และ Herbots ซื้อนกหลาย ๆ ตัวจาก Soontjens และได้ก่อให้เกิดนกที่มีชื่อเสียงชื่อ Computer ซึ่งเป็นนกสาย Tom dynesty ของ Soontjens

Roosen เอง พบว่านกของ Soontjens ทำได้ดีที่สุดที่ไม่เกิน 400 กิโลเมตร และต้องแข่งอาทิตย์เว้นอาทิตย์ด้วย ดูเหมือนว่าต้องมีการพักเพื่อจะได้ฟื้นตัวให้แข่งได้ใหม่

400 กิโลเมตรไม่ถือว่าเป็นระยะไกล แต่สำหรับผมแล้วระยะนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว นั่นจึงเป็นที่มาของคำพูดผมที่ว่า ผมคิดผิดพลาดไปแล้ว

ต่อมานกหลาย ๆ ตัวของ Soontjens ได้ถูกนำไปอังกฤษและไต้หวัน และทำชื่อให้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ระยะไกล และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการศึกษาเพ็ทดิกรี มักจะสงสัยว่าเมื่อไล่ลงไปแล้ว Soontjens ไปเอานกมาจากไหน

ก็ใช่แหละ Soontjens มักจะได้นกจากคนที่ไม่มีชื่อเสียง

Belgian Gust

ชื่อก่อนหน้านั้นหลาย ๆ ชื่อมักจะเป็นเซียนที่ตกยุคแล้ว แต่ Belgian Gust ไม่ใช่เช่นนั้น

เขาคือเซียนดังระยะใกล้และแข่งใน Combine เดียวกับเพื่อนเขา คือ Leo และ Charel ซึ่งทั้ง 2 ถือเป็นคู่แข่งที่สำคัญของเขา

(มีเรื่องเล่าลือกันว่า Leo แข่งนกที่เบลเยี่ยมได้ไม่นาน พอเริ่มจะมีชื่อเสียง ก็ทำตัวให้สังคมรังเกียจ คือมักจะเมาอยู่เรื่อย มาส่งนกก็เมา มาส่งนาฬิกาก็เมา ถูกด่านตำรวจตรวจจับเรื่องแอลกอฮอลอยู่เรื่อย ทำให้ส่งนาฬิกาไม่ทันก็หลายครั้ง จนในที่สุดหุ้นส่วนจึงถอนหุ้นเลิกรากันไป

นาย Leo เห็นว่าต่อไปคงเอาดีทางแข่งนกไม่ได้แล้ว จึงบินมาเมืองไทย มาเปิดโรงงานผลิตเบียร์ยี่ห้อ Leo ปรากฏว่า ได้ผล โด่งดังติดตลาดมาจนบัดนี้ --- ข่าวไม่ได้กรอง)

Gust ถูกล้อเลียนอยู่เรื่อยว่าเอาดีแค่ระยะใกล้เท่านั้น จนเขาหมดความอดทนจึงส่งนกเพียงตัวเดียวเข้าแข่งระยะ 500 กิโลเมตร จุด Bourges ผลก็คือเขาชนะและกินกุ๊ไปหมดเกลี้ยง

ทุกคนเลยหุบปาก ไม่พูดว่าเขาคือเซียนระยะใกล้อีกเลย

ถึงแม้ Gust จะไม่ดังมากนัก ผมก้ได้ซื้อนกของเขา เพราะผมสนใจแต่นกดีไม่ใช่ชื่อเสียงคนเลี้ยง และเที่ยวนี้ผมก็ไม่ได้ทำผิดพลาดไป

นกตัวหนึ่งของเขาเป็นแม่ของนกที่ชนะตั้งแต่ 70 ไปจนถึง 400 กิโลเมตร

และเนื่องจากว่านกระยะกลางจำนวนมากมีที่มาจากนกระยะใกล้ จึงมีหลายคนพูดว่า เราสามารถนำนกสปริ้นเตอร์มาเพิ่มระยะได้ เพียงแต่ต้องมีการตระเตรียมสภาพให้พร้อม

มีหลายคนเห็นด้วย อีกหลายคนไม่เห็นด้วย ก็มีทั้งถูกและผิดนั่นแหละ

ความเห็นของผมคือ

1. มีนักแข่งระยะสั้นหลายคนไม่ได้คำนึงว่า นกของเขาสามารถทำระยะได้ดีขึ้นได้ ถ้ามีขนที่นุ่ม ใบปีกที่ยืดหยุ่น และตัวไม่ใหญ่

ตัวใหญ่ไม่มีปัญหาสำหรับระยะสั้น แต่ถ้าไกลออกไปก็เริ่มมีปัญหาแล้ว

2. นกระยะใกล้มีคุณสมบัติไม่เหมาะที่จะบินไกล เช่นตัวใหญ่และใบปีกไม่ยืดหยุ่น ถ้าบินนาน ๆ จะเมื่อยมากกว่านกอื่น

3. ที่กองเดอร์แร กล่าวไว้นั้นถูกต้อง นกฉลาดระยะใกล้ทำงานได้ดีเพราะฉลาดในการกำหนดทิศทาง ผิดทิศไปนิดก็แพ้แล้ว นกไกลยังมีเวลาแก้ตัว ผิดไปบ้างก็ยังแก้ไขทัน

4. เมื่อคุณได้นกที่เหมาะกับการแข่งขันแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับการทำสภาพนก การฝึกซ้อมเพื่อให้นกพร้อมที่สุดในการแข่งขัน จริงที่ว่านกจะฉลาดหรือโง่นั้นเป็นมาตั้งแต่เกิดแล้ว แต่นกบินดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการเตรียมการได้เช่นกัน

สุดท้ายผมอยากจะเล่าถึงเพื่อนจากอาหรับคนหนึ่งที่พอจะได้ยินชื่อของ Gust เขาสนใจจะซื้อและถามถึงระยะบินของนก ผมบอกไปว่าไกลสุดแค่ 130 กิโลเมตร เขาเลยบอกว่านั่นไม่ใช่ระยะของผม

ต่อมาเมื่อเขาศึกษาทางเน็ตมาก ๆ ก็เริ่มสนใจจะซื้อนกจาก Gust แต่ก็สายเสียแล้ว ไม่มีนกจะขายให้

เพราะผมไม่ใช่เพียงคนเดียวที่สนใจพัฒนานกจากนกระยะใกล้ ยังมีอีกหลายคน

เราทุกคนควรจะมุ่งไปที่ Gust หรือ ไม่หรอก ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่มีนกที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ ก็อยู่ที่แต่ละคนที่จะมีศิลปะในการแสวงหานกดีต่างหาก

จบ
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 11-04-13   #1112
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
เส้นทางการแข่งขัน

เรียนสมาชิก

วันนี้ได้มีโอกาสเสวนากับนักเลี้ยงนกท่านหนึ่ง ที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสติดต่อกับสังคมนกพิราบแข่งในวงกว้าง เพราะต้องอยู่ประจำกรง ดูแลนกไมต่ำกว่าร้อยตัว เขาเล่าเรื่องในวงการนกเท่าที่ได้ยินมาอยู่หลายเรื่อง แต่เนื่องจากได้ยินแบบพูดต่อ ๆ กันมา จึงยังยืนยันไม่ได้ว่ามีข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด

มีอยู่ 2 เรื่องที่ผมฟังแล้วสนใจ ก็คือ

1. มีข่าวว่าจะมีนักเลี้ยงนกระดับผู้มั่งคั่งจากจีน มาเปิดกรงนานาชาติที่พัทยา โดยรับนกแข่งเฉพาะต่างชาติ ดูเหมือนว่าจะเป็นจีนเท่านั้น ของไทยไม่รับ ค่าส่งแพงมาก รางวัลสูงมาก

เรื่องนี้ผมได้ยินมาจากมือใหม่ที่ส่งนกพิราบแข่งกรงนานาชาติอีกท่านพูดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ต่างกันก็คือ ชาวจีนจะมาหุ้นกับกลุ่มผู้จัดการแข่งขันนานาชาติ

นี่ก็เป็นอีกเรื่องไปเลย

ผู้รู้กรุณามาเล่าสู่กันฟังด้วย หรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง จะเข้ามาชี้แจงก็จะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกครับ

2. การแข่งขันครั้งใหญ่ขององค์กรระดับโลก ที่ไทยได้รับเกียรติให้จัดนั้น ฝ่ายจัดการแข่งขันยังไม่ได้ระบุสถานที่ตั้งกรง และจุดการแข่งขัน ด้านกรงแข่งนั้น ไม่อยู่ที่บางปะอิน ก็ พัทยา

เรื่องที่ 2 นี้ ผมขอเข้ามาแสดงความคิดเห็นบ้างว่า ถ้าฝ่ายจัดต้องการจะสร้างกรงที่พัทยาแล้ว ผมว่าก็มีส่วนดีเหมือนกันในฐานะที่เป็นทำเลซึ่งต่างชาติรู้จักกันดีอยู่แล้ว รวมทั้งชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่เมืองไทยก็มีมากที่อยู่แถวนั้น

ในส่วนของจุดปล่อยนั้น ผมมีความเห็นว่า หากฝ่ายจัดการแข่งขัน จะลองลืมเรื่องประเพณีปฎิบัติเรื่องจุดปล่อยการแข่งขันแล้ว ลองพิจารณาจุดปล่อย น้ำยืน หรือ ปากเซ ที่จังหวัดอุบลราชธานีดูครับ

ผมไม่ทราบว่าที่เรายังยืนหยัดที่หนองคายมาอย่างช้านานเพราะอะไร จะเป็นเพราะการคมนาคมสะดวกกว่าด้านอุบลฯหรือมิทราบ ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมว่าตอนนี้ถนนหนทางก็สะดวกมากแล้ว

ถ้าจุดการแข่งขันเป็นที่ น้ำยืน - พัทยา หรือไกลไปก็ร่นเข้ามาหน่อยแต่ให้ใกล้แนวชายแดนขะแมร์เข้าไว้ เช่น ศรีสะเกษ

เราจะได้เส้นทางการแข่งขันที่นกจะบินข้าม 2 ประเทศ ถ้าลมพัดตรง หรือถ้าลมพัดเข้าขะแมร์ก็ยิ่งลึกเข้าไปใหญ่

หากลากเส้นตรงจากจุดปล่อยมาพัทยาแล้ว นกจะอยู่ในเขตขะแมร์มากกว่าไทย

ผลดีก็คือ

1. เป็นเส้นทางใหม่่

2. นกต่างประเทศไม่เสียเปรียบนกท้องถิ่นมากนักในกรณีความชำนาญพื้นที่ทางสายเลือด

เรื่องนี้เอาไปประชาสัมพันธ์ให้ต่างชาติได้รับรู้ จะเป็นผลดี

3. คุยได้ว่าเป็นการแข่งขันข้ามประเทศ ปากเซ - ลาว - เชาพระวิหาร - นครวัด - พัทยา ว่าไปโน่น

4. นกจะบินในป่าเป็นส่วนใหญ่ จะลงดื่มน้ำก็ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลง

5. เส้นทางบินบริสุทธิ์ จำนวนขยะทางอากาศเช่นสายไฟฟ้าน้อยลง


พอได้ยินได้ฟังเรื่องราวในวงการนกมา ก็เลยนำมาคิดแล้วจึงนำมาเสนอดู สมาคมจะลองศึกษาดูได้นะครับ

ปล อาจมีผู้สงสัยว่า ผมไปเอาประเทศลาวมาปนเข้าไปในเส้นทางบินได้อย่างไร ไม่ต้องสงสัยครับ หากเราปล่อยที่ชายแดนไทย ที่ปากเซ นกปล่อยออกจากรถ ก็จะบินวนรอบใหญ่ ๆ เข้าไปในประเทศลาวได้ง่าย ๆ เลยครับ แฮ่

นี่คือเทคนิคการโม้ เหมือนบริษัทท่องเที่ยว บอกว่าไปเที่ยวอังกฤษ 7 วัน ก็รวมเอาวันที่ออกจากประเทศไทยตอน 23.55 ซึ่งเหลืออีก 5 นาทีก็ข้ามวันแล้ว มาเป็น 1 วัน แล้วันกลับถึงเมืองไทย 0900 น ก็รวมเข้าไปอีก 1 วัน ดูเผิน ๆ คิดว่ามาก แต่หายไปตั้ง 2 วัน
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 11-04-13 เมื่อ 09:47 PM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 19-04-13   #1113
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
สรุปแล้วคือไม่มีข้อสรุป

เรียนสมาชิก

วันนี้มีเรื่องแปลของนาย Ad ที่หายเงียบไปพักให­่ ที่หายเงียบไปก็ไม่ทราบว่าได้ไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์กับใครหรือเปล่า เป็นไปได้เพราะมีชาวเบลเยี่ยมและฮอลแลนด์หลาย ๆ ต่อ หลาย ๆ ครอบครัวมีเมียเป็นคนไทย และคนเอเซีย นาย Ad นึกสนุกเลยขอเข้าไปแจมด้วย แต่ไปเล่นกลับมาแล้วเห็นแกบ่นว่า ผิดหวังวะ ปีนี้เขาห้ามเล่นแป้ง จะหาโอกาสเข้าไปลวมลาม แต๊ะอั๋ง จับหน้าจับตาหน้าอกหน้าใจ แถมรูดมือลงมาก่อนจาก ก็ทำไม่ได้แล้ว ตำรวจนะตำรวจ ไม่น่าออกกฏแบบนี้มาเลย ฝรั่งเซ็ง

เลยเขียนบทความมาแก้ขัด แปลได้ดังนี้

ในนิตยสารนกแข่งเดือนเมษานี้ มีบทความเรื่องเกี่ยวกับกรงแข่งและนักแข่งนกแชมป์ที่แท้จริง

ข้อเขียนเหล่านี้มีส่วนจูงใจให้คนอ่านได้คิดศึกษา บ้างก็ทำตามเพราะรู้ว่าไม่เพียงแต่นกที่เก่งเท่านั้น ส่วนประกอบที่ทำให้เป็นนกแข่งและนักแข่งที่ดีจะต้องประกอบด้วยเทคนิคเข้าไปด้วย แต่การทำตามนั้น ก็มีผลออกมาได้ในหลายแง่มุม

Dirk Van Den Bulck

ในรายงานนั้นมีกล่าวถึงนักแข่งคนนี้ด้วย

เขาแข่งนกจำนวนน้อยตัว และทำได้ดีมากในกลุ่มนกสปริ้นเตอร์

เขาสู­เสียนกน้อยมาก ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าทึ่ง เพราะระยะหลัง ๆ นี้แต่ละกรงนกหายเป็นจำนวนมาก

ในช่วงเดือนมีนาคมซึ่งยังคงหนาวเย็นอยู่ นักเลี้ยงส่วนให­่ยังไม่ได้ปล่อยนกบิน แม้กระทั่งนกหนุ่มสาวแล้วก็ยังคงเก็บไว้

แต่คุณ Bulck ทำไงรู้ไม๊ เขานำลูกนกอายุ 10 สัปดาห์ออกซ้อมระยะทางแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง

แล้วทฤษฎีที่ว่าการซ้อมนกอ่อนเกินไปมีผลทำให้นกหาย ที่ผู้คนเชื่อกันเล่า มันชักจะยังไงเสียแล้ว

Boeckx

นักแข่งคนนี้ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ค่อยสู­เสียลูกนกในการออกซ้อม

เขากล่าวว่าที่นกหายบ่อยเพราะเราเอานกที่อ่อนไปซ้อมเร็วเกินไป

นกเด็กที่มีสภาพดี ๆ นั้น ไม่จำเป็นนักที่จะต้องออกซ้อมบ่อยนัก

สัตวแพทย์ Gijsbrechts ก็เห็นด้วย

มีแต่นักแข่งนกระยะใกล้เท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากการซ้อมระยะทาง บ่อย ๆ

แต่นาย Boeckx เป็นนักแข่งนกระยะใกล้ซึ่งไม่ออกซ้อมบ่อยนัก ทำไมกลับบินดี

ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ผู้คนส่วนให­่จะรู้สึกไม่สบายใจถ้าไม่ได้ปล่อยบินรอบบ้าน ทั้งเช้าและเย็น

แต่นาย Boeckx ไม่ใช่เช่นนั้น เขาแทบจะไม่เคยปล่อยนกตัวเมียออกบินเลยทั้งอาทิตย์ก็อยุ่แต่ในกรงนั่นแหละ แต่ผลการแข่งขันออกมาแล้วก็ชนะคู่แข่งอย่างสบายเลย

กรงแข่ง
W de Bruyn เป็นผู้เชียวชา­กับการค้านกแข่ง คนอื่นมักจะประสบความสำเร็จเมื่อเอานกของเขาไปแข่ง แต่เมื่อเขานำนกของคนอื่นมาแข่ง ก็มักจะล้มเหลว

ปีนี้น่าจะดีขึ้นแล้วเมื่อเขาไปได้นกของ Luc Van Mecheelen มา

กรงนี้ผมได้ไปเยี่ยมมาแล้ว และก็ต้องตกใจเพราะใน Luc เปิดเพดานกรงบางส่วนออก ให้อากาศผ่านเข้ามาได้จากด้านบน ขนาดผมเองไปยืนในนั้นยังรู้สึกหนาวมากเลย

Luc เชื่อว่าความสำเร็จของเขาขึ้นอยู่กับในสภาพเช่นนี้แหละ

แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งด่วนสรุป

เมื่อไม่นานมานี้มีนักแข่งเก่ง ๆ คนหนึ่งซึงถือเป็นคู่แข่ง ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย สภาพกรงของเขาแทบจะไม่มีช่องหายใจ การระบายอากาศถือว่าศูนย์ แต่ผลงานออกมาดีอย่างเหลือเชื่อ เขาคือ Bert Vanden Berghe

ต่างกันอย่างนี้ทั้ง 2 คน แล้วคุณจะว่าไง

ในอาหารค่ำครั้งหนึ่ง

มีผู้ร่วมโต๊ะคือ ผม และแชมป์ ๆ Vandenabeele, R cools, Vande Berge, De Bruyn, De Smeyter และสัตวแพทย์ H de Weerd

คุยกันตั้ง 4 ชั่วโมง เรื่องน่าสนใจทั้งนั้น แต่ผมไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ผมจะเล่าให้ฟังว่าเพราะอะไร

บางคนพูดว่า เราควรจะฉีดยาป้องกันฝีดาษ และไม่จำเป็นจะต้องไปแต้มยาให้มันหลุด แต่ สัตวแพทย์ De Weerd บอกว่า การแต้มยายังเป็นวิธีที่ดีที่สุด

(ผู้เขียนใช้คำว่า Brush ซึ่งแปลว่าใช้แปรง ผมไปค้นหาดูแล้วว่ายังมีแปลว่าอย่างอื่นอีกหรือเปล่า ก็ไม่มี เลยไม่รู้จะแปลว่า ให้แปรงออกหรือเปล่า)

Andre Roodhooft ไม่เชื่อว่าการให้ชาแก่นกพิราบจะมีผลดี แต่ Vandenabeele ยังเชื่ออยู่ และเขาเองยังประสบความสำเร็จจากนกที่มีเนื้อสีน้ำเงิน ในขณะที่คนอื่นไม่กล้าส่งเข้าแข่ง

มีสัตวแพทย์หลายคนคิดว่าการให้ยาพารามิกโซให้ได้ผลดีนั้น จะต้องให้หลังจากนกมีอายูได้ 2 เดือนก่อน

ในขณะที่ De Weerd ยืนยันว่า เมื่อนกหย่านมแล้วคือประมาณยี่สิบกว่าวันก็ให้ได้เลย หลังจากนั้นตอน 2 เดือนค่อยให้ซ้ำ

วัคซีนพาราไทฟอยร์ก็เป็นอีกหัวข้อหนึ่ง มีสัตวแพทย์ส่วนหนึ่งบอกว่าจำเป็น ในขณะที่อีกหลายคนบอกว่าไม่จำเป็น

หมอบางส่วนบอกว่า นกที่หายจากโรคพาราไทฟอยร์ สามารถกลับมาแข่งขันได้ดี

แต่อีกส่วนบอกว่าไม่มีทางได้ดีเหมือนเดิม ควรจะกำจัดได้แล้ว

Baytril และ Dicural นับเป็นยาที่ใช้ได้ดี


Claessen นักแข่งชั้นยอดคนหนึ่งคิดว่าอาหารสำหรับนกแข่งนั้น ให้เป็นสูตรเดียวกันได้ตลอด

ในขณะที่นักแข่งบางคนคิดว่าต้องเสริมอาหารบ้างเพื่อนกทางไกล

โดยส่วนตัวผมไม่เคยให้ยาพยาธิแก่นกมานานแล้ว Trichomonas ผมเชื่อว่ากระเทียมในน้ำจะช่วยได้ ในขณะที่หลายท่านมีความเห็นด้วยและเห็นต่าง

นักซื้อนกจากต่างชาติหลายคนชอบนกที่มาจาก Antwerp เซียนหลาย ๆ คนเชื่อว่านกที่แถบนั้นทำผลงานได้ดีโดยเฉพาะระยะกลาง

และในบางประเทศก็แข่งลูกนกสำหรับระยะใกล้เท่านั้น

เซียนก็ยังเชื่อว่าระยะไกลแล้ว นกจาก Flanders ทำได้ดีกว่า ถ้าระยะเกิน 600 และ สปีทต่ำกว่า 1200

เซียนให­่บางคนบอกว่าคุณภาพการแข่งขันที่เบลเยี่ยมสูงกว่าที่อื่น เพราะที่เบลเยี่ยมเลือกส่งนกที่พร้อมเท่านั้นในขณะที่ฮอลแลนด์และเยอรมันมีเท่าไหร่ก็ส่งแข่งหมด

จนมีท่านหนึ่งพูดว่า ทางไปสู่กรุงโรมมีอยู่หลายเส้นทาง

จึงสรุปได้ว่า เรื่องการแข่งนกนั้น มีได้หลายตำรา ไม่มีอะไรเป็นเรื่องแน่นอนที่สุดหรอก
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 19-04-13 เมื่อ 09:39 AM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 20-04-13   #1114
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

เรียนสมาชิก

ผมเป็นคนชอบดูกีฬาหลายประเภท ตามไปดูแบบถึงไหนถึงกัน ใกล้ ไกล ผมไปหมด

ในยุคหลัง ๆ เวลาไม่อำนวย กีฬาบางอย่างผมก็เลยเลิกตามไปดู แต่ก็ติดตามจาก TV เป็นครั้งคราว

สนุกฯ ก็เป็นกีฬาอีกประเภทที่ผมเคยชอบดู หลาย ๆ สิบปีก่อนสมัย ต๋อง ศิษย์ฉ่อยยังเป็นเด็ก เดินสายไปตามโต๊ะต่าง ๆ กินเดิมพันกับ หนู ดาวดึงส์ ผมก็เคยตามไปดู ทรงชัยคิวทอง เล่นกับเถกิงทัวร์ ผมก็มีโอกาสดูบ่อย ๆ

ในยุคที่ทีวีช่อง 7 เอารายการแม่นรูมาเผยแพร่ ตลาดตื่นตัวกันมาก โต๊ะเกิดขึ้นตามที่ต่าง ๆ มากมาย เวลาธรรมดาก็เปิดให้ผู้คนมาเล่น หลังเที่ยงคืนไปแล้วก็เป็นเวลาของนักสนุกฯเดินสาย ที่วนเวียนไปเล่นเดิมพันกันตามโต๊ะต่าง ๆ

เซียนต่างถิ่นเดินทางไปเล่นโต๊ะที่ไหน ก็จะมีกองเชียร์ตามไปเล่นเสมอนอกกันอย่างคึกคัก

เดิมพัน ก็เป็นการเล่นกันระหว่างนักสนุกฯทั้ง 2 โดยมีนายทุนหนุนหลัง

ส่วนกองเชียร์ คือพวกเล่นเสมอนอก ก็เรียกว่า เล่นแบบ เชงนอกกัน จะเพิ่มกันกี่เชงก็ประกาศกันให้รับทราบ เช่น เดิมพันเกมส์ละหนึ่งหมื่น แต่มีผู้สนใจจับเสมอนอกอีกสองสามเชงเป็นต้น

รู้ว่าที่ไหนมีเซียนเดินสายไปเล่น ผมก็จะตามไปดูทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ไปเล่นด้วย เรียกว่าไปดูเอามันส์อย่างเดียว

.......

ที่นำเรื่องนี้มาเขียน เพราะผมอยากจะพูดถึงเชงนอกนี่แหละ

การแข่งขันนกพิราบ ตอนนี้นกจากเมืองนอกจะเข้าไทยก็เริ่มจะมีปัญหาแล้ว โดยเฉพาะจากเมืองจีน เรายังไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ต่อไปทางการจะว่าอย่างไร แล้วกรงนานาชาติทั้งสองของเราจะเอาตัวรอดกันได้อย่างไร

การพึ่งพาลูกค้าจากนอกก็ยังคงจำเป็น แต่ถ้าจำนวนลดลงไป ก็ยากจะทำให้วงการคึกคักได้

ผมเลยขอเสนอว่า รายการแข่งขันของกรงนานาชาตินั้น กติกาการแข่งขัน และรางวัลสำหรับผู้ส่งนกเข้าแข่งก็ให้ดำเนินการไปตามปกติ

แต่ขอให้จัดการแข่งขันเพิ่มเติมขึ้นมาคือ เชงนอก นี่แหละ สมมุติว่า มีนกเข้าแข่ง 3000 ตัว

ผู้ที่เล่นเชงนอกโดยที่ไม่ได้เป็นเจ้าของนก ก็ให้ไปเลือกดูว่า สนใจนกตัวใด ก็ไปลงขันกับนกตัวนั้น เช่นตัวละ 1000 บาท จะเอาสักกี่ตัวก็ได้

เปิดโอกาสให้เล่นได้ทั้งคนไทย ทั้งต่างชาติ คนไทยก็ไปเลือกดูได้ที่กรงแข่ง แต่ห้ามจับ ต่างชาติจะบินมาเลือก หรือดูในเน็ทก็ได้ ส่งเงินมาลงขัน ก็เป็นอันจบพิธี

ได้จำนวนเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นการชิงรางวัลกันอีกวงหนึ่ง

สมาคมผู้จัดก็หักค่าเล่นตามอัตราที่กำหนด เล่นเพิ่มพันตัว ก็ได้วงละเป็นล้านแล้ว

ดีไม่มีอาจจะมี เชงหนึ่ง เชงสอง ว่ากันหลาย ๆ วงเลยก็ได้

คนไทยที่ไม่ได้เพาะนก ไม่มีนกเป็นของตัวเอง ก็มาร่วมสนุก มาร่วมแสดงฝีมือในการดูนกคัดนกได้

ฝรั่งที่เห็นว่าการส่งนกมาแข่งเองเป็นเรื่องยุ่งยาก ก็เข้าร่วมกันแข่งขันได้โดยวิธีนี้ เพื่อน ๆ ส่งเข้าแข่ง เราก็บินตามมาเชียร์ แล้วได้เล่นเชงนอกไปด้วย สนุกด้วยกัน

หรือไม่ก็เลือกนกของคนอื่น ๆ มาเล่นก็ได้ ไมขัดแย้งกับใคร

การเล่นเชงนอกนั้น จะต้องเลือกก่อนนกจะเริ่มซ้อมระยะทาง

ทุกอย่างก็จะถูกควบคุมเหมือนกับการแข่งขันธรรมดา สมาคมมีแต่รับส่วนแบ่ง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใดเลย

ประชาสัมพันธ์ไปให้ดังทั่วโลก ใช้เน็ท ใช้ภาพเคลื่อนไหวให้เป็นประโยชน์ วิธีนี้ดังได้แน่ ๆ อยู่ที่ว่าจะมีกรงนานาชาติไหนจะริเริ่มทำเท่านั้น

อนาคตการเคลื่อนย้ายนกเริ่มจะไม่แน่นอนแล้ว โรคภัยมีมาก เอานกที่เรามีอยู่ในเมืองไทยมาแข่งกันให้เยอะ ๆ แล้วเปิดโอกาสให้มีการเล่นเชงนอกกัน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะเอาตัวรอด

การพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสนั้น จำเป็นที่จะต้องนำมาพิจารณาให้มาก ๆ
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 24-04-13   #1115
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
การแพร่เชื้อโรค

เรียนสมาชิก

H7N9 ไข้หวัดนกที่คร่าชีวิตคนจีนแล้ว 22 คน ป่วยอีก ร้อยกว่าคน บัดนี้มีคนนำไปไต้หวันแล้ว 1 คน เป็นคนที่กลับจากการทำงานที่เมืองจีน ผ่านทางเซี่ยงไฮ้ กลับไต้หวัน

ทางการยังยืนยันว่า เป็นโรคที่ไม่ติดจากคนสู่คน

ผมยังเชื่อว่าเมืองไทยคงจะปลอดภัยจากโรคนี้

แต่ ยังไม่มีแพทย์คนไหน มายืนยันว่า นอกจากจะไม่ติดจากคนสู่คนแล้ว

คนที่ติดเชื้อแล้ว จะนำเชื่้อมาติดนกพิราบอีกทีได้หรือไม่


ในช่วงเวลานี้ อยากจะให้ผู้รู้ ช่วยเข้ามาให้คำแนะนำแก่สมาชิกว่า เราควรจะปฏิบัติตัวและดูแลกรง ดูแลนกของเราอย่างไร?

ขอบคุณครับ
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 27-04-13   #1116
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ปรากฏการณ์ใหม่ 1

เรียน สมาชิก

ระยะนี้มีเรื่องราวอยู่หลายเรื่องที่ผมเห็นว่าน่าสนใจ จึงอยากนำมาเขียนถึงเพื่อให้สมาชิกได้รับทราบกัน บางเรื่องเป็นปรากฏการณ์ใหม่จริง บางเรื่องถึงจะไม่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ แต่ก็สอดคล้อง ผูกกันเป็นเรื่องราวที่ผมจะได้นำทั้งหมดมาสรุปให้เข้าเรื่องกันได้

ทั้งหมดจะมี 4 ตอนดังนี้

1. เดชาวัต พุ่มแจ้ง หรือฉายา แจ๊ก สระบุรี นักสนุกฯไทย

2. พ่อมากพระโขนง

3. กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

4. สรุปให้เข้าเรื่องกับวงการนกพิราบไทย

ตอนที่ 1 แจ๊ก สระบุรี

ผมเป็นคนชอบดูสนุกฯมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เมื่อตอนเด็ก ๆ ก็มักจะแวะเวียนไปดูนักสนุกฯเซียน ๆ แทงเอาเงินที่โต๊ะต่าง ๆ เช่นที่เยื้องวัดยานนาวา ข้างโรงหนังควีนส์ วังบูรพา ไล่มาจนถึงยุคต๋อง ศิษย์ฉ่อย และตามดูถ่ายทอดทาง ทีวี สนุกฯอังกฤษเสมอมา

ตั้งแต่หมดยุคต๋อง ความนิยมเริ่มโรยรา ผมก็ขาดการติดตามไปด้วย

มาเมื่ออาทิตย์กว่านี่เอง ได้ดู ยูบีซี ถ่ายทอด แจ๊กแข่งกับฝรั่ง มีโอกาสฟังผู้บรรยายคือ คิวทอง ให้ข้อมูลว่า แจ๊กเป็นคนมีบุคคลิกแปลก ๆ อยู่นิ่งไม่ได้ มีอาการหยุกหยิกตลอด เหมือนคนเป็นไฮเปอร์ เคยพาไปหาหมอแล้วก็แก้ไขไม่ได้

ซึ่งสวนทางการนักสนุกฯส่วนให­่ที่จะต้องเป็นคนนิ่ง สุขุม คุมอารมณ์ได้ดี

แต่แจ๊กก็เล่นสนุกฯได้ดี ถึงขั้นเป็นแชมป์สมัครเล่นโลก และปัจจุบันอยู่ในอันดับ 70 โลก

สิ่งใหม่ ๆ ที่แจ๊กได้ให้แก่วงการสนุกฯโลก ก็คือ การแหวกประเพณี จากการแข่งขันที่ต้องมีบรรยากาศเคร่งขึม คนดูเงียบ จดจ่อในเกมส์

มาเป็นว่า คนดูคอยดูว่า เมื่อไหร่ แจ๊ก จะแสดงอาการเด๋อด๋า ตลก ๆ ออกมาให้ได้ฮากันบ้าง

เปลี่ยนบรรยากาศแบบเก่า ๆ ได้โดยสิ้นเชิง คนดู ซึ่งแรก ๆ ก็คงรู้สึกขุ่มเคืองบ้าง สุดท้ายกลับมาเห็นคล้อยตาม และสนุกกับการได้ชมแจ๊กออกอาการให้ดู

นับเป็นปรากฏการณ์ที่วงการสนุกฯโลกจะต้องจดจำ เป็นหนึ่งเดียว และเป็นคนแรกที่อยู่ในอันดับโลกที่สามารถแสดงบทนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะนี่ก็คือธรรมชาติที่แท้จริงของแจ๊กนั่นเอง

ตอนที่ชนะมืออันดับ 5 ของโลก ยังมีการแสดงความดีใจโดยหันไปตีมือกับผู้ชมที่เป็นฝรั่ง

ยกมือแขนขึ้นสูง แสดงชัยชนะอย่างกับว่าได้แชมป์โลกแล้ว นี่ฝรั่งเอาไปเขียน

บางหนังสือพิมพ์เขียนถึงว่า เป็น Thailand Mr. Bean คือดาวตลกชื่อดังของอังกฤษ ซึ่งเป็นตลกท่าทาง โดยไม่ต้องใช้เสียง

แม้กระทั่ง สตีฟ แม๊กไกว อดีตแชมป์ซึ่งเพิ่งถูกแจ๊กเขี่ยตกรอบ ยังให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า แจ๊กเป็นคนไม่เต็มบาทแน่ ๆ He is not full shilling แต่พูดในแนวสนุก ๆ ไม่ใช่เป็นการดูแคลนแต่อย่างใด

ผมชอบมากคำสุภาษิตที่ว่า Full Shilling ซึ่งอัตราเงินสกุลของอังกฤษโบราณ ผมเคยเรียนถึงว่า เริ่มจาก ค่าเงิน ฟาทิน มาเป็น เพนนี แล้ว มาเป็น ชิลลิ่ง แล้วสูงสุดคือเงินปอนด์ กี่ฟาทินเป็นหนึ่งเพนนีผมจำไม่ได้แล้ว แต่จากนั้นจะเป็น 12 เพนนีเป็น 1 ชิลลิ่ง และ 20 ชิลลิ่งเป็น 1 ปอนด์

แต่หลัง ๆ อังกฤษเห็นว่ายุ่งยาก จึงเปลี่ยนมาเป็น 100 เพนนีเป็น 1 ปอนด์แทน

สุภาษิต ไม่เต็มชิลลิ่ง ตรงกันพอดีกับคำว่า ไม่เต็มบาทในภาษาไทย ซึ่งทั้งสองภาษาแปลว่าเป็นคนเพี้ยน ๆ แปลก ๆ

ไม่รู้ใครใช้ก่อน และใครเป็นคนเลียนแบบใครกันแน่ แต่ผมเดาว่า นักการภาษาไทยเอาของอังกฤษมาใช้ เพราะเงินชิลลิ่งเป็นเงินโบราณ มีมานานแล้ว แต่เงินบาทใช้มาในยุคหลัง ๆ นี่เอง

แต่ทั้งสองภาษา ก็แสดงความหมายที่ดูจะน่ารักเหมือนกัน

ท้ายที่สุด สิ่งที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ คนไทยสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ได้ เหมือนอย่างที่แจ๊กได้ทำให้ฝรั่งดูแล้ว และปรากฏการณ์จะเปลี่ยนแปลงทัศนะคติในการดูสนุกฯได้มากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแทงสนุกฯของแจ๊กว่า จะทำได้ดีเพียงใด ถ้ายังเล่นได้ดีขึ้น คนดูสนุกขึ้นควบคู่กับเกมส์ที่ตื่นเต้น

ต่อไปจะต้องมี แจ๊ก2 แจ๊ก3 ตามมาอย่างแน่นอน และจะต้องเรียกความคึกคักให้วงการอย่างไม่ต้องสงสัย

..............

วงการมวยไทยที่ซบเซา ถูกกระตุุ้นให้คึกคักขึ้นมาบ้างในยุคของนักมวยชื่น แรมบ๊องค์ และก็ยังมี น้องตุ้ม นักมวยตุ้งติ้ง .. เหล่านี้คือตัวอย่างในทำนองเดียวกัน

.....

แล้วเกี่ยวกับวงการนกพิราบอย่างไรนั้น จบทุกตอนแล้วผมจะมาเขียนให้อ่านกัน
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 27-04-13 เมื่อ 08:58 AM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 27-04-13   #1117
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ปรากฏการณ์ใหม่ 2

เรียนสมาชิก

จบจากตอน 1 มาต่อที่ตอน 2 ใน 4 ตอนที่ผมตั้งขึ้น

ตอนนี้ให้ชื่อว่า พ่อมากพระโขนง

ตำนานเรื่องแม่นาคพระโขนงนั้นมีมาช้านานแล้ว มาจากเรื่องเล่าที่เล่าต่อ ๆ กันมา มีสถานที่อ้างอิงที่ยืนยันความมีอยู่จริงตามที่เราท่านได้รู้ ๆ กันแล้ว

ภายหลังมีการนำมาเล่นเป็นละครบ้าง ลิเกบ้าง จนเป็นที่รู้จักแพร่หลาย

ต่อมาจึงมีผู้ที่อยู่ในวงการภาพยนต์ นำมาสร้างเป็นหนังระบบ 16 มม

ที่ดังที่สุดในยุคแรก ๆ คือ หนังของ เสน่ห์ โกมารชุน ซึ่งได้นางเอกใหม่มารับบท แม่นาค คือปรียา รุ่งเรื่อง โด่งดังมากในยุคนั้น

ต่อมาก็มีเรื่องแม่นาคถูกสร้างขึ้นมาอีกหลายต่อหลายครั้ง

ว่ากันว่า หนังแม่นาคนั้น ผู้สร้างไม่มีทางเจ๊ง เพราะแม่นาคจะช่วยไว้

ใครจะสร้างก็ต้องไปขออนุญาต ขอขมาต่อดวงวิญญาณของแม่นาคที่วัดมหาบุศย์ก่อน ก็จะเกิดศิริมงคล การสร้างจะราบรื่น

นี่คือเรื่องราวความเป็นมาโดยย่อ ต้องการเรื่องยาวก็ไปหาอ่านได้ในชีวประวัติที่อากู๋ Google มีให้อ่าน

ย้อนมาถึงเรื่อง พ่อมากพระโขนง หนังเรื่องนี้สร้างมาจากเค้าโครงเดียวกัน แต่เปลื่ยนตัวเอกจากแม่นาค มาเป็นพ่อมากแทน เพิ่มความตลก และลดความน่ากลัวลงไป

ผิดจากหนังที่เคยสร้างมาก่อนหลายต่อหลายครั้ง และฉีกแนวออกไปอย่างสิ้นเชิง

ผลทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ของหนังไทย ทำเงินเฉพาะใน กทม และรอบ ๆ รวมแล้วเกิน 500 ล้านบาท ชนะหนังทุก ๆ เรื่องที่เคยสร้างมา

ทั้ง ๆ ที่หนังก็ไม่ได้ลงทุนมาก เรื่องก็เป็นเรื่องเดิม คนดูก็อยู่ในกลุ่มคนไทยเดิม ๆ ทำไมถึงได้ประสบความสำเร็จอย่างมากมายเพียงนี้

นักวิจารณ์ต่างก็ให้ความเห็นไปต่าง ๆ นา ๆ

ผมไม่ใช่นักวิจารณ์ จึงไม่สามารถให้ความเห็นในเชิงวิชาการได้ เพียงแต่มีความเห็นว่า เพราะผู้สร้างฉีกแนวออกไป ใช้เรื่องและชื่อเก่าที่ผู้คนคุ้นอยู่แล้ว นำพระเอกยอดนิยมมาแสดง เพิ่มความสนุกสนาน ลดความน่ากลัว

หนังสร้างได้ดี ดูสนุก คนที่ไปดูแล้วกล้ายืนยันให้เพื่อน ๆ เลยกู่ไม่กลับ

คนไทยทุกระดับ ทุกเพศทุกวัย จึงไม่เกี่ยงราคาค่าเข้าดู พากันไปอุดหนุนกันอย่างคับคั่ง

ผลแห่งการกระทำนี้ ได้ปลุกให้วงการนักสร้างหนังคนไทย ที่ส่วนใหญ่จะไม่ประสบความสำเร็จ แล้วก็มาโทษว่าคนไทยไม่สนับสนุนคนไทยกันเอง โดยไม่ได้ย้อนกลับไปดูแล้วพิจารณาตนเองว่า คุณภาพที่สร้างมาให้ชาวไทยดูนั้น ดีจริงหรือไม่อย่างไร ดูถูกรสนิยมของคนดูหรือไม่

หนังเรื่องนี้จึงช่วยมายืนยันว่า ถ้าคุณจับตลาดได้ถูก สร้างให้ถูกใจ ความสำเร็จก็จะรออยู่ข้างหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย

เป็นข้อคิดให้แก่ทุกคนได้ว่า ถ้าท่านกล้าคิด กล้าที่จะทำในสิ่งใหม่ ๆ ก็ไม่ต้องกลัว เดินหน้าไปเลย ถ้าผิดพลาดไปโลกก็ไม่ได้แตก ยังมีโอกาสแก้ตัวได้อีกเสมอ

.............

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวงการนกพิราบแข่งอย่างไร

ก็ไม่มีอะไรมาก วงการนกแข่งที่ซบเซา คนเลี้ยงน้อยลง คนใหม่ไม่มี เราก็ได้แต่โทษว่า ผู้คนไม่สนใจก็เพราะว่า .... ..... ... มากมายหลายเหตุผล

แต่อาจเป็นเพราะว่าพวกเราไม่ได้สร้างวงการให้น่าสนใจ ก็เป็นได้

ลองพยายามดูใหม่ไม๊
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 28-04-13   #1118
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ปรากฏการณ์ใหม่ 3

เรียน สมาชิก

ตอนที่ 3 ที่ผมตั้งใจจะเขียน คือ สุภาษิตที่ว่า หนทางสู่กรุงโรมไม่ได้มีทางเดียว คำนี้นักเลี้ยงนกชื่อดังคือ นาย Ad นำมาอ้างอยู่่บ่อยครั้ง

สุภาษิตของฝรั่งนั้น มีอยู่หลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรุงโรม อาจจะเพราะกรุงโรมหรือชาวโรมันมีวัฒนธรรมรุ่งเรื่องมาก่อนชนชาติอื่น ๆ จึงมีเรื่องราวที่บันทึกและเขียนถึงมากกว่า คำคมต่าง ๆ จึงมีมากกว่าพวกอื่นเป็นธรรมดา

โรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

อยู่ที่กรุงโรม ต้องทำตัวเหมือนคนโรมัน

และ หนทางสู่กรุงโรมไม่ได้มีทางเดียว ที่นาย Ad ชอบอ้างอิงถึงนี่แหละ ที่แกนำมาใช้เกี่ยวกับเรื่องนกพิราบก็ต้องการบอกให้พวกเราได้ทราบว่า การจะประสบความสำเร็จในการแข่งขันนกนั้น มีได้หลายต่อหลายหนทาง ตำรา ความเชื่อ เซียน ๆ ต่างก็มีต่างกันออกไป

อาหารมีหลายสูตร ทุกสูตรก็ทำให้เป็นแชมป์ได้

ยามีหลายชนิด คนนี้ใช้อย่าง อีกคนใช้อีกอย่าง ต่างก็เป็นแชมป์กันได้

ฝึกซ้อมก็แตกต่างกันหลายวิธี ซ้อมมาก เก่งก็มี โทรมก็มี ซ้อมน้อยเก่งก็มี บินไม่ไหวก็มี

ระบบการแข่งขันก็ต่างกันออกไป ล่อคู่ กกไข่ ป้อนลูก นกโสด นกหนุ่ม นกเด็ก นกแก่ ตัวผู้ ตัวเมีย ว่ากันไปต่าง ๆ นา ๆ แล้วแต่จะถนัด

ดวงตาสำคัญ หรือไม่สนใจ

และอีกต่าง ๆ มากมายที่ไม่เหมือนกัน แต่ก็ทำให้เป็นแชมป์ได้ทั้งนั้น

มีเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่สุดก็คือลักษณะนก ซึ่งมีส่วนที่จะไปในทิศทางเดียวกันมาก แต่ก็ไม่เสมอไป

นาย Ad จึงบอกว่า การจะบอกลักษณะนกที่ดีนั้น บอกไม่ได้ เพราะมองเข้าไปถึงหัวจิตหัวใจไม่ได้

ที่พอจะบอกได้ก็คือดูนกไม่ดีเป็นอย่างไร เช่นขนปีกแข็ง ขนตัวไม่่อ่อนนุ่ม เป็นต้น นกเหล่านี้ยังไงก็ไม่ดี

ดังนั้นที่นาย Ad อ้างเรื่องหนทางสู่กรุงโรมที่ไม่ได้มีทางเดียว ขึ้นมาให้อ่านบ่อย ๆ ก็เพื่อบอกให้นักเลี้ยงที่ต้องการติดตามวิธีการเลี้ยงจากเซียน ๆ ก็คือให้ใช้การศึกษาดูให้ดี มีวิธีดี ๆ อยู่เยอะ ไม่จำเป็นต้องเชื่อไปซะหมด บางอย่างอาจจะเหมาะ บางอย่างอาจจะไม่เหมาะ ก็เลือกใช้ให้ถูกกับกรงกับนกของเราเองก็แล้วกัน ก็มีโอกาสเป็นแชมป์ได้เช่นกัน

นาย Ad มีโอกาสพูดคุยกับเซียนมาแล้วอย่างมากมาย จนนำมาถึงข้อสรุปที่ว่า เรื่องนกพิราบนั้น เขาเองแทบไม่รู้อะไรเลย หรือคุยกับเซียน ๆ เป็นกลุ่มตั้งหลายชั่วโมง สรุปแล้วไม่ได้ข้อสรุปอะไรเลย
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 29-04-13   #1119
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
สรุปปรากฏการณ์ใหม่ 1-3 เข้ากับเรื่องของน

เรียนสมาชิก

ผมได้เขียนถึง 3 ปรากฏการณ์มาแล้วคือ

1. นักสนุกฯ เดชาวัต พุ่มแจ้ง สร้าง สนุกฯให้เป็นกีฬาฮาเฮ นอกเหนือจากกีฬาเคร่งขรึม

2. พ่อมากพระโขนง สร้างปรากฏการณ์ความนิยม รายได้อย่างเหลือเชื่อ และ

3. ทางไปกรุงโรมไม่ได้มีทางเดียว หมายถึงหนทางสู่ความสำเร็จมิได้มีแค่วิธีเดียว

วันนี้ ผมจะสรุปให้สั้นที่สุด เพื่อให้พวกเราได้เห็นว่า การที่วงการนกพิราบเราซบเซา และทำท่าว่าจะจบลงที่รุ่นเรานี้ มาจากความคิดเดียวเท่านั้น ก็คือ คิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่วงการจะกระเตื้องขึ้น เหมือนกับคนเรากำลังถูกกระแสน้ำพัดพาให้ไหลลงเหว แต่มือหนึ่งยังจับเชื่อกไว้ พยายามจะดึงตัวเองให้ขึ้นจากน้ำ แต่น้ำยิ่งเชื่ียวขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด ในใจคิดว่ายังไงก็คงไม่รอดแล้ว แทนที่จะสู้สุดกำลัง กลับปล่อยมือปล่อยให้กระแสน้ำพาไปในที่สุด

วงการนกพิราบก็เช่นกัน

ข้อแรก เราปล่อยให้งานอดิเรกเติบโตขึ้นโดยกลายพันธุ์ไปเป็นกีฬาเพื่อการพนัน ทำให้ผู้ที่รักในงานอดิเรกด้านนี้ถูกจำกัดจำนวนลงโดยปริยาย ถ้ามุ่งแต่ทางนี้ จริงอยู่เราอาจจะยังเห็นผู้คนเข้ามาเล่นมาเลี้ยงกัน แต่คนใหม่จะเข้ามา จะต้องมาเสียเงินให้มือเก่าอีกเท่าไหร่จึงจะเก่ง ค่าวิชาแพงเกินไป

จึงเหมือนกับสนามมวย สนามม้า ซึ่งมีแต่นักพนันเท่านั้นที่จะเข้าไปอุดหนุน คนทั่วไปไม่สนใจ วงการจึงไม่เติบโต

ข้อสอง สมาคมไม่มีเป้าหมายในการพัฒนาความนิยมนกพิราบแข่งสู่มหาชน จึงปล่อยให้อนาคตของกีฬาประเพณี ลอยไปตามน้ำ ปะเหมาะเคราะห์ดี ไปติดตลิ่งอยู่ ก็เอาตัวรอดได้แบบพอปะทังชีวิตได้ ปล่อยไปนาน ๆ เข้าก็คงไหลลงทะเล จมหายไปในที่สุด

ข้อสาม สมาคมไม่เคยเชื่อเลยว่า กีฬานกพิราบแข่งจะมีโอาสทำให้หวนกลับมาเป็นกีฬายอดนิยมได้อีก

ผมจึงได้นำตัวอย่างของ เดชาวัต แจ๊ก สระบุรี มายกตัวอย่างให้ดูว่า หากกล้าที่จะทำสนุกฯให้สนุกสนาน มีมุขตลก ผู้คนก็ชอบใจได้

ผมจึงได้นำตัวอย่างของหนัง พ่อนาคพระโขนงมายกตัวอย่างว่า ใครจะไปเชื่อว่า หนังไทยสามารถกลับมาได้รับความนิยม เป็นหนังเกิน 500 ล้าน ไปพูดก่อนหน้านี้ ไม่มีใครเชื่อ ตลาดหนังซบเซาเห็น ๆ ทำได้อย่างไร

ผมจึงได้นำตัวอย่างสุภาษิตที่ว่า เส้นทางสู่กรุงโรมมีได้หลายทาง เพื่อให้เห็นว่า หากหนทางตีบตัน ก็ยังหาทางอื่นได้อีก ขอให้ตั้งใจหาเท่านั้น

.............

เมืองจีนได้พัฒนาความนิยมนกพิราบแข่งขึ้นมาอย่างมากมาย ก่อนนั้นใครจะคาดเดาได้

ยุโรปบางประเทศ นกพิราบแข่งได้รับความนิยมขึ้นมา แซงหน้าต้นตำรับไปแล้ว เป็นไปได้อย่างไร

ดูไบ และ อาหรับหลายประเทศ เริ่มหันมานิยมนกพิราบแข่ง ใครจะไปเชื่อว่าเป็นไปได้

................

การเลี้ยงไก่ชน ดังขึ้นมากมาย เพราะมีผู้เกี่ยวข้องที่รู้วิธีจูงใจฝูงชนให้นิยม

นกเสียง นกหัวจุก ดังขึ้นมาก จนแซงหน้านกเขาชวาไปแล้ว ทำได้อย่างไร

.................

สรุปสั้น ๆ ที่สุด เพราะไม่มีใครทำอะไรนี่เอง



ผิดพลาด ขออภัย

ขอบคุณครับ
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 29-04-13 เมื่อ 10:21 AM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 04-05-13   #1120
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
Paper Birds นกกระดาษ

เรียนสมาชิก

นักเขียน Ad ได้นำเรื่องทำนองเดิมเกี่ยวกับความเชื่อถือในเพ็ทดิกรีของนกมาลงอีกครั้ง เพื่อให้นักเลี้ยงนกได้ตรึกตรองก่อนจะตัดสินใจซื้อนกมาเสริมทีมนกแข่งของตน

เแปล

คงไม่ต้องพูดกันแล้วว่า อินเตอร์เน็ทได้เปลี่ยนแปลงโลกไปมากมายอย่างไร นี่รวมถึงวงการนกพิราบแข่งด้วย ซึ่งในบางแง่มุมก็มีผลเสียด้วยเช่นกัน

บางเน็ทที่เปิดขึ้นมีจุดประสงค์เดียวคือการขายนก มันไม่ใช่สิ่งผิดที่จะผลักดันการขาย และก็ไม่ใช่สิ่งผิดอีกนั่นแหละที่จะมีรายได้จากการขายนก แต่ต้องขึ้นกับว่าข้อมูลที่ให้ในเน็ทนั้นเป็นความจริงและไม่ซ่อนความเท็จไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า คนต่างชาติถูกชี้นำไปในทางที่ผิด

ลองดูเข้าไปในเน็ทจะเห็นว่า ข่าวที่ให้ก็มักจะเป็นเรื่องของนักเลี้ยงที่ต้องการขายนก แน่นอนตัวกลางที่เปิดเน็ทได้แล้ว 30% จากการขายซึ่งนับเป็นเงินที่มากโขอยู่

จนดูเหมือนจะกลายเป็นว่า มีแค่วงการนกแข่งเท่านั้นที่นำเอาความเท็จเข้ามาเผ่ยแพร่ โดยพยายามทำให้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ?


แค่ได้มีโอกาสคุยกับชาวต่างชาตินักซื้อนก เราก็จะทราบความจริงว่า พวกเขารู้จักแต่เฉพาะนักแข่งที่มีชื่อและเรื่องราวลงในเน็ทเท่านั้น

พวกนักซื้อเหล่านั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ลึก ๆ แล้วบางคนต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้ลงเรื่องราวในเน็ท และเหตุผลเดียวที่เขาต้องการมาลงเน็ทก็เพราะจะมีการเสนอประมูลนกจากกรงในไม่ช้านี้

ปัจจุบันนี้ ชาวจีนซื้อนักการอย่างมากมายและจ่ายให้อย่างดี ดีเกินไปซะอีก นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่หลาย ๆ คนพยายามจะขายนก บางคนขายยกกรงมากกว่า 2 ครั้งภายในไม่กี่ปีนี้ นกเหล่านั้นถูกนำเสนอในฐานะนกชั้นยอด ไปถึงขั้น Super Birds แต่ว่ามีแต่ฝรั่งพวกเราเท่านั้นที่รู้ความจริงว่า ไม่ว่านกจะเก่งเพียงใด จะเพาะออกมาจากใครก็ตาม จะได้นกไม่ต่ำกว่า 90% ที่เป็นนกไม่ดี

แม้กระนั้น ยังมีคนถูกชักจูงให้ซื้อนกที่แย่ที่สุดในราคาถึง 1,000 ยูโร บ้าไปแล้ว

ไปตั้งคำถามกับเซียนดัง ๆ เลยว่า ในจำนวนนกที่เซียนเพาะขึ้นมา 100 ตัว เซียนคนนั้นจะได้นกเก่ง ๆ กี่ตัว เชื่อได้เลย ไม่มีใครกล้าพูดว่าได้เกิน 10 ตัวหรอก

นี่เป็นสาเหตุที่เซียน ๆ ต่างก็เพาะลูกนกปีละไม่่ต่ำกว่า 150 ตัว ก็เพราะว่าจำนวนนี้ทำให้มีโอกาสได้ลูกนกที่เก่ง ๆ มาบ้าง

คิดดูง่าย ๆ ปีละ 150 ตัว ภายใน 4 ปี เซียนจะเพาะลูกนกได้ 600 ตัว

ว่ากันง่าย ๆ ถ้าในแต่ละปีจะได้นกดี 6 ตัว ก็หมายความว่าภายใน 4 ปี เซียนดังคนนั้นจะมีนกดีอยู่ 24 ตัว

ส่วนที่เหลืออีก 546 ตัวก็คือนกที่ตกจากมาตรฐาน ซึ่งก็ยังคงมีมูลค่าทางตลาดสูงอยู่ถ้านำมาประมูลโดยอิงชื่อเสียงของเซียนดัง

แล้วนกดี 24 ตัวจะไปไหน

นกดีเหล่านั้นก็จะถูกซื้อไปโดยคนที่มีเงินเยอะ ๆ ที่เป็นนักสะสมนกดีมีชื่อเสียง

จริง ๆ แล้ว ผมยังสงสัยว่า จะมีเซียนดังคนไหนที่นำนกมาประมูล จะมีนกที่ดี ๆ ถึง 10 ตัว ไม่ต้องไปคำนึงว่าเซียนคนนั้นจะเพาะนกจำนวนเท่าไหร่ในแต่ละปี นั่นแหละผมเชื่อว่าจะได้นกดีไม่ถึง 10 ตัวหรอก

แล้วนักซื้อที่ได้ข้อมูลจากเน็ท ก็จะถูกชักจูงให้เชื่อว่า นกทุกตัวที่เซียนดังนำจำนวนมากมายนั้น ทุกตัวเป็นนกดีไปซะหมด

ถูกทำให้หลงทาง

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็คือ เซียนเริ่มรู้สึกว่า ทีมนกของตนเองด้อยคุณภาพลงแล้ว จำเป็นจะต้องหานกใหม่เข้ากรง เขาจึงคัดนกจำนวนมากออกขาย และเก็บส่วนที่ดีที่สุดไว้

เขาจะนำเงินจากที่ขายนกขยะเหล่านั้นออกไป ไปเลือกซื้อนกที่ดี ๆ มาเข้ากรงเพื่อพัฒนาทีมต่อไป

ผมรักจะถูกชาวต่างชาติถามอยู่เสมอว่า เขาสงสัยว่าทำไมเซียนบางคนอ้างว่าสุขภาพไม่ดีบ้างละ อายุมากบ้างละ เป็นเหตุผลในการขายโล๊ะนกในกรงออกไป แต่ไม่นานก็เห็นว่าเซียนคนเดิม หาซื้อนกใหม่ ๆ มาเข้ากรง อย่างนี้ งง มาก ๆ นะ

คำตอบของผมก็คือ การประมูลนกออกไปของนกเซียนเหล่านั้น เป็นโอสถอันวิเศษที่ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ หลังที่เจ็บ หัวเข่าที่เดี้ยงอยู่ หายเป็นปลิดทิ้งเลยหลังจากได้เงินในการประมูล

คนแก่ ๆ ที่อยากจะเลิก ก็เหมือนกับได้ยาอายุวัฒนะ ดูหนุ่มขึ้นมาเลย สามารถกลับมาเลี้ยงใหม่ได้

ดู โจ้ท โทน เป็นตัวอย่าง ตอนนี้ตาของเขาที่มีปัญหา หลังจากประมูลนกได้เงินมหาศาลแล้ว โรคที่ดวงตาก็หายสนิทไปเลย ฮา

การแข่งนกที่เมืองเซียน ๆ เหล่านั้นก็มีส่วนทำให้นกบางกรงมีผลงานดี

คุณลองบอกนกที่มีผลการแข่งขันดี ๆ ให้ผมทราบว่า เป็นนกชนะจากเขตไหน ผมจะบอกได้ว่านกตัวนั้นชนะเพราะเก่งจริงหรือเปล่า นกชนะบางตัวชนะอยู่ในกลุ่มที่มีการแข่งขันต่ำ แต่เพราะผลการแข่งขันที่แยกเขต แยกคลับ ทำให้นกตัวนั้นดูเป็นนกวิเศษไปเลย อันนี้ต้องระวังไว้

โดยปกติแล้ว การแข่งขันนกที่เบลเยี่ยม ผลการแข่งขันจะจบลงภายใน 15 นาที ซึ่งหมายความว่า นกจำนวน 1/4 ได้กลับถึงกรงแล้วภายในเวลา 15 นาที

แต่บางเขต กว่าครึ่งชั่วโมงไปแล้ว อันดับยังไม่ครบ และเมื่อศึกษาให้ละเอียดก็จะปรากฏเซียนชื่อดังอยู่ในเขตนั้น นั่นก็แสดงว่าเขาเป็นแชมป์เพราะคู่แข่งส่วนใหญ่เป็นนกไม่ดี

และคงเป็นเหตุบังเอิญมั้ง ที่เซียนดังระดับโลกบางคน มีกรงอยู่บริเวณนั้นพอดี

แม่ผมอายุ 92 แล้ว ถ้าผมเล่นเท็นนิสกับเขา ผมก็คงเอาชนะได้ไม่ยาก

แต่ถ้าผมเล่นแข่งกับลูก หรือหลานของผม ผลการแข่งขันก็คงออกมาอีกแบบหนึ่ง


ผมจะยกตัวอย่างให้ดู

ใคร ๆ ก็ชื่นชมในตัวแชมป์ แต่สำหรับผมแล้ว ผมต้องมองให้ลึกซึ้งกว่านั้น ว่าที่ได้แชมป์นั้น มีรายละเอียดอย่างไร

นาย ก แข่งนกในคลับของเขตหนึ่ง คลับนั้นนกเข้าครบอันดับภายใน 17 นาที กรงของเขาชนะ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 แรก ดูเผิน ๆ แล้ว ผลงานยอดเยี่ยมมาก นาย ก เอาไปคุยได้สามบ้าน แปดบ้านว่า เขาชนะผลงานเยี่ยม ๆ

แต่เมื่อนำ เพื่อนบ้านของเขาเรียกว่านาย ข ก็แล้วกัน ที่เข้าแข่งในคลับอีกแห่งหนึ่ง นกเข้าเต็มอันดับใน 12 นาที ตัวแรกของนาย ข ชนะที่ 17 ในคลับนั้น แต่เมื่อเทียบสปีทแล้ว ชนะนกของนาย ก ตั้ง 4 นาที่ แล้วนาย ข ก็ไม่ได้ต่ำแหน่งแชมป์ด้วย

นี่ ถ้าคุณหลับตา คุณก็ชื่นชมนกที่ชนะที่หนึ่ง แต่ถ้าคุณฉลาดกว่านี้ คุณต้องรู้ว่า นกที่เข้าที่ 17 ในอีกคลับเก่งกว่าแน่ ๆ


ผมมักจะแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้วิธีศึกษาผลการแข่งขันในอินเตอร์เน็ท คนที่ชนะเพราะส่งนกแค่ 5 ตัว ย่อมดีกว่าคนที่ส่งนก 150 ตัวแล้วติดอันดับจำนวนเยอะ ๆ

ผู้อ่านถามผมว่าจะไปหานักแข่งนกเก่ง ๆ ได้ที่ไหน ผมให้เขาศึกษาดูในผลการแข่งขัน ผู้อ่านตกใจว่า ทำไม่ผลการแข่งขันของเซียนดังจึงดูแย่อย่างนี้ และผลการแข่งขันของคนที่เขาไม่รู้จักถึงน่าประทับใจเสียเหลือเกิน

นกจากกรงที่ติดอันดับจำนวนมาก จากนกที่ส่งแข่ง 150 ตัว ดูแล้วน่าประทับใจ

นกจากกรงที่ติดอันดับ 5 ตัว จากจำนวนนกที่ส่งแข่ง 5 ตัว อ่านดูแล้วก็อาจไม่น่าสนใจ

แต่ขอให้มองในมุมนี้

ถ้าคนแรกส่งนก 150 ตัว แล้วผลการแข่งขันออกมาไม่ดี นกของเขาจะเป็นอย่างไร

ถ้าคนที่สองส่งนก 5 ตัว แล้วผลการแข่งขันออกมาดี ไม่เรียกว่านกของเขายอดเยี่ยมหรือ
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 13-05-13   #1121
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ความคิดเห็นของ Ad

เรียนสมาชิก

ช่วงนี้นาย Ad ขยันเขียนบทความมาลง ผมเลยต้องขยันแปลให้สมาชิกได้อ่านกัน เรื่องนี้เป็นคำตอบที่ให้แก่นักข่าวต่างชาติที่ต้องการความคิดเห็นจากนาย Ad ต่อเรื่องราวต่าง ๆ ดังนี้

มีนักข่าวต่างชาติมาขอความคิดเห็นจากผม โดยบอกว่าจะขอนำไปตีพิมพ์ให้สมาชิกของเขาได้อ่านกัน

สาเหตุก็คือมีเรื่องราวหรือความเชื่อต่างๆ ที่ผิดเพี้ยนหรือไม่ตรงกันอยู่มากเกิดขึ้น เขาจึงต้องการข้อมูลจากผู้รู้

ผมจึงตอบไปว่าได้เลย แต่มีเงื่อนไขว่า สิ่งที่ผมบอกไป เป็นเพียงความคิดเห็นของผมเท่านั้น ไม่ได้ยืนยันว่าจะต้องถูกต้องเสมอไป

เขาบอกอย่างงั้นได้เลย ส่วนผมเองนั้นเห็นว่าคำถามและคำตอบของผมนั้น น่าสนใจเหมือนกันสำหรับคนชาติอื่นรวมทั้งของพวกเราด้วย จึงเขียนเป็นภาษาอื่นมาให้อ่านกัน

(และเชื่อว่านายอติสิทธิ์คงจะอ่านเจอเข้าแล้วนำไปช่วยแปลให้พรรคพวกของเขาได้รับทราบด้วยเช่นกัน ทำหน้าที่ซะบ้าง ไม่งั้นจะโดนฟ้องโทษฐานนำบทความของผมไปแปล ดีนะนี่ยังอ้างอิงถึงที่มา ไม่งั้นโดนข้อหาระเมิดลิขสิทธิ์ - นาย Ad คงว่าไว้งั้น ผมทายใจแกถูก)

1. เขตไหนเป็นเขตที่มีนกสปิ๊นเตอร์ที่ดีที่สุด ข้อนี้หมายถึงที่ประเทศเบลเยี่ยม และนกไกล้ที่ดีที่สุดในความคิดของคุณคือตัวไหน

คำตอบเรื่องนี้ยากมากที่จะบอกว่าเขตไหนมีนกไกล้ที่ดีที่สุด เพราะสถานการณ์ของการแข่งขันในแต่ละเมืองต่างกัน บางแห่งภายใน 10 นาที นกก็เต็มแล้ว บางแห่งตั้งครึ่งชั่วโมง อันดับก็ยังไม่เต็ม

แต่ถ้ายืนยันให้ผมระบุชื่อ ผมก็ขอบอกว่านกจาก Berlaar เป็นที่ ๆ มีนกไกล้ดีที่สุด ที่นั่นการแข่งขันเข้มข้นมาก ดังนั้น จึงเท่ากับช่วยยืนยันได้ว่า เซียนดังที่ชื่อ Leo Heremans นั้นเก่งจริง เพราะเขาแข่งขันในเขตนี้นี่เอง

สำหรับนกที่ว่าเก่งที่สุดนั้น ก็คือ Olieman ของเซียนที่ชื่อ J V D Veeken และอีกตัวคือนกที่ถูกตั้งชื่อว่า Sprint ซึ่งเป็นของเซียนที่ล่วงลับไปแล้วคือ Marcelis นกตัวนี้ชนะที่หนึ่งถึง 22 ครั้ง และชนะในระดับจังหวัดซ้ำแล้วซ้ำอีก

2. เป็นความจริงหรือไม่ที่ Antwerp เป็นแหล่งนกกลางที่ดีที่สุด และใช่หรือไม่ที่ผู้คนมักจะชอบนกที่มีเบอร์ห่วงนำหน้าด้วยตัวเลข 6 ซึ่งเป็นเลขที่ระบุว่าเป็นนกจาก Antwerp

เรื่องนี้เป็นความจริง ดูเหมือนว่านกที่ดีที่สุดในระยะกลางจะมาจากเมืองนี้นี่แหละ

แต่ก็ยังมีความจริงที่เสริมเข้ามาทำให้ Antwerp ดังขึ้น ก็คือนักเขียนเกี่ยวกับนกพิราบดังในอดีตก็มาจากเมืองนี้ เขาก็มักจะเขียนถึงเซียน ๆ ที่อาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน จนทำให้นักเลี้ยงของเมืองดังกล่าวเมืองอื่น ๆ ด้วย

ในส่วนของผมเอง ผมเคยนำนกมาจาก Antwerp เหมือนกัน และนกที่ดีที่สุดจากจังหวัดนี้ ก็มาจากเมือง Flanders ของ Antwerp

3. ว่ากันว่าชาว ฮอลแลนด์เป็นนักแข่งนกทางไกลที่ดีที่สุด หลายปีหลังนี้ใครเก่งที่สุด

เรื่องนกทางไกลนี้ต้องแยกประเภทให้ชัดเจนไปเลยว่ามีอยู่สองประเภทคือ วันเดียว ระยะ 5-700 กิโลเมตร และ นก 2 วัน จาก 700 ถึง 1150 กิโลเมตร

นกที่บิน 2 วันจะถูกปล่อยตอนเที่ยงเพื่อให้ต้องบินสองวันแน่ ๆ

เซียนดัง ๆ ก่อนนั้นก็เริ่มมาจาก Kuypers, V D Wegen Braakhuis Van Wanroy Brinkman Bruggeman Lazeroms Muller Vande Eynte พวกนี้คือเซียนที่เหล่านักเลี้ยงทั้งหลายอยากเอาชนะ

ต่อมาก็มี Volkens Vertelman และหลัง ๆ นี้ที่ดัง ๆ ก็มี Van Domeken Beens Batenburg V D Merwe และพี่น้อง Limburg

สำหรับเซียนที่ชื่อ Beens นั้น ได้สร้างปรากฏการณ์ กดนาฬิกายามดึกฟ้ามืดแล้ว ทำได้หลายครั้ง ซึ่งในยุคนั้นถือว่าเหลือเชื่อว่านกบินกลับได้ในเวลากลางคืน

เรื่องนี้ผู้แปลขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม ที่ยุโรปในฤดุหน้าร้อน พระอาทิตย์ตกดินค่ำมาก ๆ เช่น 3 สามทุ่มแล้วยังสว่างอยู่เลย ดังนั้น เรื่องของ Mr. Beens นี้ แกคงกดนาฬิกาเอาตอนเที่ยงคืนหรือหลังจากนั้นไปแล้ว

ผมเองขอคาดเดาว่าเป็นไปได้ 3 สาเหตุคือ

1. นกบินกลับกรงในเวลาค่ำมืดจริง

2. คาดว่านาย Beens คงเป็นเพื่อนซี้กับนาย Leo Heremans ซึ่งเป็นเซียนทางไกล้

สำหรับนาย Leo เมื่อหมดระยะทางไกล้แล้ว ก็มาช่วยเชียร์นกของนาย Beens ซึ่งแข่งทางไกล เมื่อเดินทางมาต่างเมืองก็มักจะนำเบียร์ที่หมักไว้ซึ่งต่อมา มาดังมากที่เมืองไทยคือเบียร์ Leo นี่แหละ นำไปดื่มกับนาย Beens ในขณะเฝ้่านก เฮฮาเม้าส์กันเพลินไปหน่อย เกิดเมามาย หูตาเลยลาย นกกลับกรงก่อนมืดแล้วก็ยังมองไม่เห็น พอเริ่มส่างเมาจึงมองเห็นนกอยู่ในกรง เลยทึกทักเอาว่านกเพิ่งจะกลับมา คนข้างบ้านที่รู้ความจริงได้แต่ส่ายหน้า บอกว่านาย Beens เอาอีกแล้ว พอเมาขึ้นมาเป็นเรื่องทุกที

3. Mr. Beens ไม่ได้เป็นอะไรกับ Mr. Beans คนหนึ่งเป็นชาวฮอลแลนด์ อีกคนเป็นดาวตลกชาวอังกฤษ ไม่เกี่ยวกันเลย อย่านำมาปะปนกัน

ผมก็ว่าคงไม่มีผู้อ่านคนไหนคิดนำมาปะปนกันหรอก มีแต่ผมผู้แปลนี่แหละ คิดมั่ว ๆ ไปเอง ยังมีหน้าไปเตื่อนไม่ให้คนอื่นคิดมั่ว แปลกคน

4. นกเด็ก Young Birds พวกเราทราบว่าที่เบลเยี่ยมนกเด็กจากไหนเก่งที่สุดก็ดูได้จากเน็ท แต่ที่ฮอลแลนด์ไม่มีการแยกประเภทนี้ไว้ คุณว่าใครเป็นเซียนที่เก่งที่สุด

เรื่องนี้ถ้าจะว่าไปแล้ว ในยุคปี 80 ถึง 90 ก็ผมนี่แหละที่ทำผลงานจนเป็นที่ยกย่องโดยเฉพาะในจุด oreans ผมทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง และช่วงแข่งที่สำคั­ ๆ มีนกปล่อยถึง 200,000 ตัว แต่นั่นเป็นอดีตไปแล้ว ยุคใหม่นี้คนดังในนกรุ่นคือ Comb Van Wonroy Embregts Tuenis และ Van Der Putten เป็นเหล่าคนดัง



นิยาม คำว่า Young Birds จะแปลเป็นไทยว่าอย่างไรนั้น ผมเองก็ไม่ทราบ ทราบแต่ว่าในเมืองไทยการแข่งขันนกของเราจะใช้นกปีแรก เป็นนกแข่งห่วงเดิมพัน ใครจะเรียกนกปีแรกเหล่านี้ว่าอย่างไรก็ช่วยชี้แจงด้วย ของฝรั่งมีคำว่า Young Bird Yearling Bird และ Old Birds ซึ่งชัดเจนอยู่ในหมู่ของฝรั่ง

แต่ถ้าให้คนไทยอย่างคุณสุขสันติมาแปล ความหมายอาจจะผิดเพี้ยนจากความในใจของท่านก็เป็นได้ อาจจะเรียก Young Bird ว่า นกเอ๊าะ ๆ นกปีสอง Yearling Birds ก็เรียกว่า นกวัยเจริญพันธุ์ และนก Old Birds ก็เรียกว่า ไก่แก่ ไปโน่นเลย

พอตั้งชื่อเรียกเสร็จ ก็หันไปตรวจเช็ครายชื่อลูกบ้านที่มาเช่าห้องว่า คนไหนเข้าข่ายประเภทไหนบ้าง ถ้าผิดสเป็กก็จะได้หาเรื่องไล่ออกจากตึก ยกเลิกการเช่า เปิดโอกาสให้เด็กสาว ๆ ที่หมายตาไว้ มาเข้าอยู่แทน

มีแต่นกสาว ๆ เท่านั้นที่จะมาเช่าอยู่ได้โดยสงบสุข ผิดจากสเป็กนี้แล้ว อย่าหวังเลยว่าจะมาเช่าได้โดยไม่ถูกเจ้าของคอยระราน



บทความตอนนี้ของนาย Ad ยังไม่จบ ผมจะนำมาแปลเพิ่มเติมภายหลัง
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 13-05-13 เมื่อ 11:06 AM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 14-05-13   #1122
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ความคิดเห็นของ Ad ตอน 2

เรียนสมาชิก

วันนี้มาต่อเรื่องของเมื่อวานซึ่งยังแปลไม่หมดครับ

5. ข้อผิดพลาด

นาย Ad ถูกถามว่า ฝีมือขนาดคุณนี่เคยทำอะไรผิดพลาดบ้างมั้ย

อ๋อ แน่นอน ผมก็เคยทำผิดพลาดมาแล้ว พูดก็พูดเถอะ ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว

ข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นในช่วยปี 90 ซึ่งตอนนั้นนักเลี้ยงเก่ง ๆ ชื่อ Vandenabeele ตอนนั้นยังไม่ดัง ผมได้นกจากเขามาหลายตัว เป็นลูกของนกตัวเก่งชื่อ Kolonel ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก Bliksem และยังได้ลูกของนกดังชื่อ Turbo และนกดังอีกหลายตัว

ลูกนกจากนกดังเหล่านั้น ผมนำมาเพาะพันธุ์ แต่ไม่เคยได้ลูกดี ๆ ออกมาเลย ดังนั้น ท้ายที่สุดแล้วผมจึงกำจัดนกเหล่านั้นออกไปทั้งหมด

นั่นนับเป็นข้อผิดพลาดอย่างแรงของผม แต่ก็ยังไม่มากไปกว่าชาวญี่ปุ่นที่ขอให้ผมหานกดี ๆ จากนักเลี้ยงที่ยังไม่ดังให้เขา ผมจึงซื้อนกของ Bandenabeele นี่แหละส่งไปให้ แต่เนื่องจากในยุคนั้น เซียนคนนี้ยังไม่ดัง ไม่มีใครที่ประเทศญี่ปุ่นรู้จัก นกจึงขายไม่ออก จนในที่สุดต้องโล๊ะทิ้ง

นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เมียของชาวญี่ปุ่นคนนี้ หนีเขาไป คงเป็นเพราะเขาตาไม่ถึงมั้ง แต่ว่าไปแล้วเขาเองอาจจะคิดว่าเมียหนีถือว่าโชคดีก็เป็นได้
(นี่เป็นข้อเขียนของนาย Ad ล้วน ๆ ผมไม่ได้เติมเอง ก็แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่แต่เป็นเรื่องสนุก ๆ ของชายไทยเท่านั้น คำล้อเล่นล่วงเกินเมียที่เคารพนี่ เป็นสากล คนชาติไหนก็นำมาเล่นเป็นโจ๊กได้)

6. ชาวต่างชาติ

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับชาวต่างชาติที่มากที่สุดคืออะไร

พวกเขาซื้อนกที่ไม่ดีไป

7. พาราไทฟอยด์ ควรจะใช้ยาอะไรรักษา

ความเห็นของผม ยา Baytril นับว่าเป็นยาที่ดีที่สุด

การให้ควรจะต้องให้ติดต่อกัน 10 - 12 วันอย่างต่อเนื่อง

ปีละครั้ง 12 วันต่อเนื่องจะได้ผลดี

การให้เรื่อย ๆ เป็นระยะ ๆ เช่นให้หนึ่งวัน แล้วเว้นไปอีกเป็นเดือนนั้น จะมีผลทำให้ดื้อยา

8. คุณมีข้อแนะนำให้แก่ขาวต่างชาติหรือไม่

นกดีไม่จำเป็นต้องมาจากเซียนดังหรือสายเลือดดัง บ่อยครั้งที่คุณจะได้นกดีจากคนเลี้ยงที่ไม่มีชื่อเสียง และแข่งนกจำนวนน้อย ๆ

ที่เบลเยี่ยม และฮอลแลนด์ นักเลี้ยงรู้กันหมดแล้วว่า ถ้าต้องการให้ชื่อดัง เขาจะต้องแข่งนกที่ละจำนวนมาก ๆ และต้องแข่งนกทางไกลด้วย

และนี่แหละเป็นเรื่องที่เซียนต่าง ๆ ที่เรารู้จัก ปฏิบัติกันอยู่ และบ่อยครั้งพวกเซียนเหล่านี้ยังซื้อนกจากกรงเล็ก ๆ ที่ไม่ได้แข่งทางไกลอีกด้วย

จบ

ชื่อเสียงสามารถขายกินได้ นี่เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ในโลกของความเป็นจริง เราจะเห็นธุรกิจการค้าหลาย ๆ อย่างนำมาใช้เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของกิจการของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความเกี่ยวพันกันเลย ผมจะขอยกตัวอย่าง

1. ร้านขายทองแถวเยาวราช ร้านไหน ๆ ก็ได้รับความเชื่อถือ เราจึงเห็นร้านทองเยาวราชอยู่ทุก ๆ แห่งในประเทศไทย ที่ขอนแก่น ที่เชียงใหม่ ต่างก็มีร้านทองเยาวราช ถ้าเปลี่ยนชื่อเป็นร้านทองเชียงใหม่ หรือร้านทองขอนแก่น ธุรกิจคงไม่ดีเท่านี้ก็เป็นได้

2. ขาหมูบางรัก ลูกชิ้นหมูคลองเตย ขาวมันไก่เบตง ลูกชิ้นปลาเยาวราช ฯลฯ ใคร ๆ ก็เอาไปใช้ได้ สร้างความน่าเชื่อถือทำให้ผู้คนมาอุดหนุน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันเลยก็เป็นได้ คนก็ให้ความเชื่อถือ

ในวงการนกพิราบก็เช่นกัน ก่อนหน้านั้น วงการยังแคบ มีเพียงไม่กี่คนที่นำนกนอกเข้ามาโดยตรง ก็ได้สร้างผลงานเยี่ยม ๆ ฝากไว้กับวงการ เราจึงได้เห็นนักเลี้ยงรุ่นหลัง ๆ ให้ความเชื่อถือนกดังรุ่นเก่าว่า สายเลือดนิ่ง นำไปเลี้ยงแล้วได้ผลแน่นอน จึงยังมีคนพูดถึง นกวัด 800 36ครั้งกันอยู่เลย

นกที่สืบเชื้อสายมาจากนกดังในอดีตเหล่านั้น จึงยังเป็นนกที่ได้รับความเชื่อถือ มีราคา ผู้คนฝากความหวังไว้ ทั้ง ๆ ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า มีความเกี่ยวพันกันจริงหรือไม่

นกเบลเยี่ยม จึงได้รับความเชื่อถือมากกว่านกจากประเทศอื่น ๆ ไม่ว่านกจากประเทศเหล่านั้นจะทำผลงานในการแข่งขันกรงนานาชาติได้ดีเพียงใด ก็มาจากความเชื่อเหล่านี้นี่แหละ

ผมจึงมีเห็นว่า คำกล่าวที่ว่า ตะกร้าเป็นสิ่งที่พิสูจน์ที่ดีที่สุด ยังเป็นคำกล่าวที่น่าได้รับการปฏิบัติตาม

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ทุกวันนี้เราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากข้อคิดนี้มาช่วยพัฒนาวงการนกให้ดีขึ้น เราได้คัดนกที่ดีที่สุดด้วยสายตาและมือของเราเองก่อนแล้ว จึงไม่เหลือทุนที่จะมาให้โอกาสนกอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงดังเช่นทองเยาวราช หรือขาหมูบางรัก ให้ได้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง

เพื่อนฝรั่งของผมที่ชื่อสตีฟ ได้พิสูจน์ถึงตำรานี้ให้แก่พวกเราบางคนได้รับทราบแล้ว นกชื่อมีสเตอณ์อั๊กลี่ รูปทรงดูแปลก ๆ เก้งก้าง ผิดตำราโดยสิ้นเชิง กลับเป็นนกที่ซ้อมดีที่สุด แข่งได้ผลดีที่สุด จากจำนวนนกที่มีอยู่ทั้งหมด 70 ตัว

ถ้านกตัวนี้ไปปรากฏอยู่ที่กรงอื่น คงถูกกำจัดทิ้งไปตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ฝีปีกให้ใครได้เห็นหรอก

ผู้มีกำลังทรัพย์จึงเรียนลัด ปล่อยให้ประเทศอื่นเช่นฮอลแลนด์ไปพิสูจน์นกกันเอง แล้วเราก็จ่ายเงินแพง ๆ ไปซื้อนกที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากเซียนนอกเหล่านั้น นำนกเหล่านั้นมาพิสูจน์ตนเองในเมืองไทย ซึ่งก็อาจจะต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุนก กว่าจะรู้ว่าดีในประเทศไทยได้จริงหรือไม่

นกไทยจากนักเลี้ยงไทย คัดมาแข่งนานาชาติ ทำผลงานได้ดี ขายได้ตัวละไม่กี่พันบาท ในขณะที่นกนอก ผลงานท้าย ๆ แพ้นกไทย แต่กลับขายได้เกินหมื่นทุกตัว

ความจริงข้อนี้ยังคงอยู่ต่อไป ตราบใดที่เรายังเชื่อว่า ร้านทองที่มีชื่อนำหน้าว่าเยาวราช ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ก็ต้องเป็นทองดีวันยังค่ำ

--------


หากผมมีโอกาสเปิดห้องเช่า ผมจะมาขอชื่อของคุณสุขสันติมาใช้ คงจะขายดีแน่ ๆ เพราะผู้คนจะเชื่อว่า แฟลตนี้ จะเป็นศูนย์รวมของเด็กสาวรูปร่างหน้าตาดี เพราะเจ้าของแฟลตคัดเลือกแต่ผู้เช่าที่มีลักษณะเช่นนี้เท่านั้น ที่มาเช่าอยู่ได้

เพียงแต่ผมจะหาผู้จัดการที่มีลักษณะแบบคุณสุขสันติได้ที่ไหน แกเก่งถึงขนาดเมียมาดูแลแฟลตทั้งวัน และทุก ๆ วันแล้ว ยังมีโอกาสลื่นไหลนอกลู่นอกทางได้ตลอดเวลา

ยอดคนจริง ๆ
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 19-05-13   #1123
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ซื้อขายนกพิราบในเชิงธุรกิจ โดย Ad

เรียนสมาชิก

นาย Ad เข้ามาชี้แนะอีกแล้วในการซื้อขายนกพิราบ ผมจึงขอนำมาแปลดังนี้


ในช่วงเดือนเมษายนผมได้รับเมล์จากชาวเดนมาร์กคนหนึ่งเกี่ยวกับนกที่ถูกนำมาประมูลใน Pipa เบอร์ห่วงขา B 12 4313903 เจ้าของคือ M de Cock นักแข่ง นักซื้อนกผู้โด่งดัง อาชีพหลักคือขายเนื้อสัตว์ มีโรงงานให­่โต ถือว่าเป็นดังในวงการธุรกิจ

เขาศึกษาดวงตาของนกตัวนี้ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับดวงตาของพ่อแม่นก

เขามั่นใจมากในสิ่งที่ได้ค้นพบ มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ

แต่นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่เป็นสิ่งที่ยืนยัน เพราะนกตัวนี้ผ่านการตรวจสอบ DNA มาแล้ว ว่าตรงกับพ่อแม่

เขายังไม่ละความพยายาม จึงสืบต่อไปเรื่อย จนสุดท้ายสามารถพิสูจน์ยืนยันได้ว่า ใบยืนยัน DNA ผิด และ เพ็ทดิกรี ก็ผิด

แน่นอน โดยเครดิตของ M de Cock แล้ว เขาคงไม่มีเจตนาปลอมเอกสารแน่

หรือว่าอาจจะมีข้อผิดพลาดในโปรแกรมคอมฯของเขา

หรือว่านกตัวเมียที่เป็นแม่ อาจจะมีแฟนพร้อม ๆ กันหลายตัว ใครจะไปรู้

แต่ถ้าไม่ได้ถูกเปิดเผยโดยนักเลี้ยงคนนี้ นกตัวนี้อาจจะถูกซื้อไปโดยผู้ซื้อคนอื่นที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อนกผิดตัวแบบนี้

M de Cock ชื่อนี้จะได้เห็นและเป็นข่าวบ่อยครั้ง เขามักจะประมูลขายนกแบบยกกรง และหลังจากนั้นเขาก็ยังจะมีนกนำมาประมูลอีกในโอกาสต่อไป ซึ่งก็เหมือนกับเซียนดัง ๆ อีกหลายคน

เร็ว ๆ นี้เขาทำเงินอย่างมากในการประมูลขายหมดกรง

ซึ่งก็เหมือนกับ โจ๊ท โทน ซึ่งเพ่ิงทำเงินเป็นล้าน ๆ ยูโร จากการขายนกออกจากกรง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า โจ๊ท โทน มีนกอีกมากที่พร้อมจะนำมาขายอีก

เขายังเคยนำนกจำนวนมากไปประมูลขายที่เมืองนอก หลังจากที่เขานกออกไปเกือบหมดแล้วที่เบลเยี่ยม คนอย่างงี้เก่งจริง ๆ

เป็นเรื่องที่น่าทึ่งว่าเขาทำให้นกของเขาติดตลาดได้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างนี้ได้อย่างไร

น่าชื่นชมว่า เขาเพาะนกที่เก่งระดับเลิศได้ครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร เอ ผมพูดว่า นกชั้นเลิศ Superbirds ใช่ไม๊

เป็นการแลกเปลี่ยนการชื่นชมต่อกันใช่หรือไม่ Mutual Admirance

Ulrich Lemmens เซียนหนุ่มที่เพิ่งเริ่มดังคิดว่าทั้ง โจ๊ท โทน และ มาร์ค ดี ค๊อก ทั้งสองคนนี้ต้องมีนกเก่ง ๆ อยู่มากแน่นอน เพราะดูแล้วต่างก็ประมูลนกของอีกคนด้วยราคาที่สูง ๆ

มาร์ค ดี ค๊อกเองก็สนใจว่านกของ Ulrich นี้ ก็น่าจะเป็นนกดีด้วยเช่นกัน เพราะราคาในตลาดการประมูล ก็ได้สูงอย่างมากเช่นกัน

อ้าว เมื่อ มาร์ค ดี ค๊อกต้องการนกของ Ulrich และ Ulrich ก็ต้องการนกของ มาร์ค ดี ค๊อก เช่นกัน แล้วทำไมไม่ทำให้ง่ายขึ้นละ ก็นำนกมาแลกกันซะเลย ไม่ต้องไปเสียค่าคอมฯให้ Pipa

แล้วถ้าเซียน ๆ ต่างก็ต้องการนกดังซึ่งกันและกัน Pipa ก็ไม่ได้ค่าคอมฯจากการประมูลนะซิ

เซียน ๆ ก็ไม่ใจดำพอที่จะทำอย่างนั้น

แต่ดูแล้วน่าจะมีเบื้องหลังมากกว่านี้ คนธรรมดา ๆ อย่างเราอาจจะตามไม่ทัน เดาเอาว่าก็คือการปั่นราคานั่นเอง สุดท้ายนกก็จะไปตกอยู่กับคนจีนเงินหนาที่พร้อมที่จะซื้อตามราคาที่ถูกปั่นขึ้นไป

ข้อเท็จจริง

ตอนนี้นกจำนวนกว่า 500 ตัว ของ leo Heremans กำลังถูกดำเนินการประมูลอยู่ เมื่อ 5 ปีที่แล้วเขาได้ประมูลนกของเขาออกไปเกือบหมดกรงมาแล้ว ตอนนี้ก็พร้อมที่จะนำนกเข้ามาประมูลอีกแล้ว

ไม่ใช่ล้อเล่นนะครับ Leo มีนกดี ๆ อยู่ ไม่ใช่แค่ดีนะ แต่ดีเลิศเลย

อย่างไรก็ตามก็ต้องฟังให้จบก่อน

เป็นที่รับทราบกันอยู่แล้ว ต่อให้เป็นเซียนดังอย่างไร ก็ไม่มีใครสามารถเพาะนกดีได้ทุก ๆ 1 ตัวใน 10 ตัว ว่ากันถึงอัตราส่วนแล้ว 10% ยังถือว่ามากเกินไป

เซียนดังมากเช่น Koopman หรือ เซียนอื่น ๆ ต่างก็เพาะนกปีละไม่น้อยกว่า 200 ตัว

ถ้าเขาได้นกดี 20 ตัวจาก 200 ตัว ภายใน 3 ปี เซียนดังกล่าวจะมีนกดีถึง 60 ตัว

เป็นไปไม่ได้หรอก และในทางกลับกัน ก็จะต้องมีนกแย่เหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 540 ตัวเช่นกัน นี่คิดแบบมองโลกในแง่ดีแล้วนะ

เอาเป็นว่าเรามาคิดกันแบบเข้าข้างที่สุด ให้ Leo มีนกดีถึง 30 ตัว จาก 100 ตัว ก็แล้วกัน ซึ่งถ้าทำได้จริงตัวเลขนี้ก็จะทำให้ Leo กลายเป็นเซียนที่เก่งที่สุดในโลก

ตัวเลขนี้ก็ยังหมายความว่า ภายใน 5 ปี Leo จะมีนกแย่หรือไม่ดีมากถึง 350 ตัว ซึ่งก็ทำให้ Leo มีนกไม่ดี เป็นจำนวนมากกว่านกดีอยู่มาก

หากมาเทียบกับกรงของผมแล้ว ผมมีนกแย่ไม่ถึง 350 ตัวเลย ซึ่งก็นับตามตัวเลขแล้ว นกผมยังถือว่าดีกว่า

แต่บ้าไปแล้วมั้ง จำนวนเงินที่ได้จากการประมูลนกแย่ ๆ จำนวน 350 ตัวเหล่านี้ แต่ละตัวกลับได้มาอย่างมหาศาล

ผมเอานกดี ๆ ของกรงผมเองไปประมูล ยังไม่มีทางได้ราคาอย่างนี้เลย

นกของ Bolt ที่ไม่เคยชนะที่หนึ่งเลย กลับถูกประมูลออกไปในราคา 160,000 ยูโร

คนที่ประมูลไปโง่หรือเปล่า อืม ก็ไม่แน่เหมือนกัน เขาอาจจะคิดในเชิงธุรกิจก็ได้

นกที่ถูกปั่นให้ดังในการประมูล แล้วขอให้ประชาสัมพันธ์ให้เก่ง ๆ อย่างต่อเนื่อง ก็นำนกตัวนั้นมาเป็นพ่อพันธุ๋ เพาะลูกให้ได้ปีละ 20 ตัว ขายตัวละ 8,000 ยูโร แค่นี้ก็ทำให้คืนทุนภายในปีเดียวแล้ว

พูดก็พูดเถอะ Leo คนนี้เก่งจริง เมื่อ 5 ปีที่แล้วผมยังแนะนำให้นักซื้อนกต่าง ๆ ไปขอซื้อจาก Leo อยุ่เลย แต่ช่วงนั้นใคร ๆ ก็สงสัยว่า Leo คือใครกัน ไม่เป็นที่รู้จัก

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

Leo คนนี้ ผมต้องยืนยันอีกครั้งว่านกของเขาดีจริง โดยเฉพาะนกใกล้ผมยังมีสายเลือดของเขา และไม่สนใจจากสายเลือดอื่น

แต่ความจริงก็คือความจริง ชายผู้ซึ่งกลายเป็นคนดังในช่วงไม่กี่ปีนี้ ก็เพาะนกแย่ ๆ ออกมาได้จำนวนมากเช่นกัน

และเรื่องนี้ผู้คนมักจะมองข้ามเมื่อได้ไปอ่านแต่เรื่องดี ๆ ต่าง ๆ ของ Leo

จบ

ข้อมูลเพิ่มเติม

Leo Heremans นั้น ปัจจุบันนี้ถือได้ว่าทำเงินอย่างมหาศาลจากการขายนก ซึ่งก็คงยากที่เซียนอื่น ๆ จะตามได้ทัน

แต่รู้ไหมว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาพลาดที่จะได้เงินก้อนมหาศาลจากการเป็น Brand Ambassador หรือเรียกง่าย ๆ ว่าคนดังเป็นตัวแทนของสินค้า เรียกชื่อย่อว่า BA นั่นแหละ ถ้าไม่พลาดงานนั้นไป ภายใน 5 ปีที่ทำสั­­ากับสินค้ายี่ห้อดังกล่าว เขาสามารถทำห่วงทองคำมาใส่ขานกของเขาได้ทุกตัวเลย


พวกเราคงทราบกันดีอยู่แล้ว บริษัทผู้ผลิตสินค้าสำหรับผู้ชาย ๆ ในประเทศ ได้มองล่วงหน้าไกล ๆ ในการทำการประชาสัมพันธ์สินค้า โดยอิงความดังของกีฬาดัง คนดัง หรือทีมดัง ๆ จากเมืองนอก มาเป็นแรงสนับสนุนให้สินค้ามีชื่อเสียงยิ่งขึ้น

เช่น กระทิงแดง สนับสนุนทีมรถแข่ง ฯลฯ

มีบริษัทฯหนึ่งในเมืองไทยยินดีทุ่มเงินไม่อั้นที่จะหา BA จากวงการอื่นบ้าง ไม่รู้ไปได้ยินมาจากไหนว่า วงการนกพิราบแข่งบ้านเราจะรุ่งโรจน์ชัชวาลอย่างมากในอนาคตอันใกล้นี้ จึงส่งตัวแทนไปค้นหาให้ได้คนที่มีชื่อเสียงในวงการ พร้อมเสนอเงื่อนไขและเงินอย่างไม่อั้น ขอให้ได้มาเป็นตัวแทนเถอะ

ตัวแทนหาทำงานได้ผล ดีใจกันยกให­่ จัดแจงเชิ­ตัวมาเมืองไทย จัดเตรียมงานแถลงข่าวอย่างให­่โต โดยอุบทั้งเจ้าของสินค้าและ BA

ภายใต้คอนเซ็บ นัดบอด ทำให้ผู้คนอยากจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

จัดงานที่โรงแรมชั้นหนึ่ง แขกรับเชิ­ทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 500 คน อาหารเครื่องดื่มชั้นเลิศ ทีวีมาทุกช่อง

พอเปิดตัวเข้าเท่านั้นแหละ วงแตก งานเลิกกระทันหัน ทุกคนแยกย้ายกันกลับภายใน 5 นาที

BA ถูกปล่อยให้เรียกแท๊กซี่กลับสุวรรณภูมิเอง ทุกวันนี้เจ้าตัวยังงงไม่หาย เกิดอะไรขึ้นวะ

ถึงตอนนี้ เจ้าของผลิตภัณท์กับเอเจนซี่จัดหาคนดัง ยังเคลียร์กันไม่เสร็จ


ผลิตภัณท์คือ เบียร์ช้าง

คนดังที่จะมาเป็น BA คือ Leo Heremans คนดังจากวงการนกพิราบที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า Leo นั่นเอง

จะทุ่มโฆษณาไปมากเท่าไหร่ ลีโอของค่ายสิงห์ก็เอาไปกินหมด

โอโห ผิดฝาผิดตัวอย่างงี้ จะไปด้วยกันได้อย่างไร
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 19-05-13 เมื่อ 10:15 AM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 19-05-13   #1124
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
มาร์ค ดี ค๊อก เล่าสู่กันฟัง

เรียนสมาชิก

บทความที่แล้ว ผมแปลของนาย Ad มีชื่อของ M De Cock มาปนอยู่ด้วย

คนนี้ ดังที่กล่าวไว้แล้ว ถือว่าเป็นคนดังอีกคนหนึ่งในวงการนกแข่งของฝรั่ง มีกิจการที่มั่นคง เป็นนักซื้อนก และนักแข่งนกตัวยง สร้างผลงานด้วยตนเองและการซื้อดัง ๆ มาเพาะแข่งอีกจำนวนมาก

นอกจากจะแข่งที่กรงตนเองแล้ว ยังชอบที่จะส่งนกไปแข่งตามกรงนานาชาติต่าง ๆ


3 ปีที่แล้ว สตีฟเพาะนกขึ้นมาหลายสิบตัวเพื่อส่งแข่งที่กรงนานาชาติในประเทศไทยทั้ง 2 แห่ง

ผมเองก็ได้นกของสตีฟมาแข่งในชื่อของผมด้วย

ถึงแม้ผลงานของสตีฟโดยรวมแล้วจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่นกที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของเขา คือนกที่ส่งในนามของผม

เป็นนกสีเทาตัวผู้ รูปร่างใหญ่ แข่งที่กรงมหกรรมฯ จุดเชียงใหม่ติดอันดับที่ประมาณ 50 ได้เงินรางวัลดูเหมือนว่า 3,000 บาท ผมก็จำไม่ค่อยได้แล้ว

ก็สมกับที่สตีฟได้พูดไว้ คือ เขาบอกว่า นกที่ให้คนอื่น เขาตั้งใจให้ของดีไปเพื่อให้ชนะ

นกตัวดังกล่าว ผมสอบถามไปยังสตีฟว่า พ่อแม่เป็นอย่างไร ดูเหมือนจะเคยพิมพ์ลงในเน็ทด้วย พ่อหรือแม่นกตัวนี้เป็นนกที่ซื้อมาจากการประมูลจากกรงนานาชาติที่เบลเยี่ยม

เป็นนกที่ได้อันดับดี ๆ ผู้ส่งคือ M de Cock ผู้โด่งดังนั่นเอง

ในช่วงการประมูลนกของกรงมหกรรมฯ ผมก็ไปที่สมาคมด้วย ผมเองไม่ได้เลี้ยงนกจึงไม่มีความประสงค์จะไปประมูลนกตัวนี้กลับมา แต่ได้สอบถามไปยังสตีฟว่า จะประมูลกลับไม๊ เขาบอกว่าถ้ามีคนให้เกิน 5,000 บาท ก็ปล่อยไปก็แล้วกัน

พอถึงช่วงประมูลนกตัวนี้ ผมเริ่มทันทีด้วยราคา 1,000.-

ทันใดนั้น ก็มีนักเลี้ยงจากปากน้ำ ให้ราคาสวนออกมาทันทีเลยว่า 5,000.- สงสัยว่าคงไปอ่านเจอเรื่องราวของนกตัวนี้ในเวปที่ผมลงอยู่เป็นประจำ จึงมั่นใจให้ราคาไปเลย

ผมตกใจ ไม่ต้องไล่ราคากันเลยนะ จากหนึ่งกระโดดไปเป็นห้า แล้วนี่ผมจะทำอย่างไร ถ้าเพิ่มเป็นหกแล้วเขาหนี ผมจะประมูลมาทำไม ไปให้สตีฟ ๆ ก็มีนกเป็นพัน ๆ ตัวอยู่แล้ว

เลยต้องถอย นั่งก้มหน้า ปล่อยให้เขาได้ไป พร้อมเดินไปหา บอกว่าผมจะขอเพ็ทดิกรีจากสตีฟมาให้ ซึ่งอีกไม่นานต่อมาก็จัดการให้เรียบร้อย


ไม่รู้ว่าในเมืองไทย จะมีนกของ M de Cock อยู่กี่ตัว ก็ขอให้รู้ว่าอย่างน้อยก็มีอยู่ตัวหนึ่งแล้ว อยู่ที่ปากน้ำนี่เอง

คนซื้อนั้น คุ้น ๆ ว่าเป็นจ่า ลักษณะ รูปร่างสูง ผิวคล้ำ ไม่สนใจจะเก็บผมไว้บนศีรษะเท่าไหร่นัก

ผมไม่ทราบว่า นำไปเพาะแล้ว ได้ผลงานเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ามาอ่านเจอหรือพรรคพวกเพื่อนฝูงทราบข่าวนี้แล้ว ก็ช่วยสอบถามให้ด้วย เผื่อจะเป็นข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกัน
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 19-05-13 เมื่อ 10:04 AM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 20-05-13   #1125
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
นกกรงมือใหม่ กลับวันแรกจุดนครพนม

เรียนสมาชิก

เมื่อวานนี้เป็นวันปล่อยนกแข่งจุดนครพนมของสมาคมสหพันธ์

จากจำนวนนกทั้งหมดหนึ่งพันตัวกับอีกนิดหน่อย นกบินกลับกรงได้ภายในวันแรกจำนวนประมาณ 50 ตัว เหลืออีก 50 อันดับให้ลุ้นกันในวันรุ่งขึ้น

ในจำนวน 50 ตัวที่มาได้ในวันแรกนี้ มีอยู่ตัวนึง หรือมีอยู่ 1 ตัว ที่มาจากกรงเล็ก ๆ ที่เจ้าของเพิ่งกลับมาเลี้ยง สร้างกรงขึ้นบนดาดฟ้าของตึก 5 ชั้นข้าง ๆ ตึกของมหาวิทยาลัยเอแบค เยื้อง ๆ กับสนามกีฬา หัวหมาก

ในจุดนครพนม มีนกเข้าแข่ง 4 ตัว กลับมาวันแรกในช่วงเวลาประมาณอีก 10 นาทีจะหกโมงแล้ว

จากการคาดเดาของเจ้าของหลังจากส่งนาฬิกาแล้ว น่าจะติดอยู่ในอันดับกลาง ๆ ของจำนวน 50 ตัวนั้น

เจ้าของกรง ซึ่งขอนำมาเอ่ยนามคือ คุณวิทูรย์ ซึ่งหุ้นกับคุณพิทักษ์ อายุอยู่ในราว ห้าสิบบวกลบ ซึ่งมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับผมเป็นอย่างดี รู้จักกันจากการที่เขามาซื้อนกของสตีฟเพื่อส่งแข่งกรงนานาชาติ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตอนนั้นยังใหม่ ๆ ซิง ๆ ไม่รู้เรื่องอะไรมากนัก เห็นมาดผมแล้วคงคิดว่าเป็นเซียนให­่ เลยขอคำปรึกษาเสียมากมายอยู่เรื่อย ๆ

ผมเองกลัวเสียฟอร์ม ถูกยกย่องไปถึงอย่างนั้นเลยยิ่งเก๊กเข้าไปให­่ ถามอะไรมาก็ตอบได้หมด ถูกบ้างผิดบ้าง แต่น่าจะผิดมากกว่า แกก็รับฟังแล้วก็อาจนำไปทิ้งหรือไปปฏิบัติก็ไม่รู้ได้

ตอนเข้ามาใหม่ ๆ ไปรู้จักกับนักเลี้ยงนกที่พอมีชื่อเสียงอยู่่บ้างคนหนึ่ง ถูกชักจูงให้ซื้อนกผ่านทางเขาคนนั้นหลาย ๆ ครั้งรวมแล้วสิบกว่าตัว ถึงแม้จะไม่แพงมากนัก แต่ก็ถือว่าสะเปะสะปะไร้ทิศทาง ไร้ประโยชน์ เสียเวลาเปล่า ๆ

พอมารู้จักกับผม ผมเลยช่วยชี้แนะไปหลาย ๆ อย่างจนความต้องการนกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของเขาเริ่มเข้าที่ เข้าทาง

จึงเริ่มซื้อนกจากกรงนานาชาติ และได้นกจากกรงดี ๆ อีกหลายกรงในลักษณะให้เปล่า จนนำมาเพาะพันธุ์และส่งแข่งอิสานที่ผ่านมานี้

กรงนี้แข่งด้วยใจรัก เจ้าของดูแลเอง ต้องเดินขึ้นเดินลงตึก 5 ชั้นด้วยตัวเอง ซ้อมนกตามระยะทางก็ด้วยการฝากรถที่รับจ้างซ้อม แต่นกก็ยังบินได้ถึงหนองคาย และนครพนมในที่สุด

จริง ๆ แล้ว กรงนี้ผมเคยแวะไปครั้งหนึ่งกับสตีฟ ๆ ก็ให้คำแนะนำไปหลายอย่าง ๆ แต่เนื่องด้วยสุขภาพบางช่วงไม่อำนวย ผมจึงไม่ได้ไปอีก

แต่ทุกวันแข่งผมจะโทรไปสอบถามอยู่เป็นระยะ ๆ ถึงผลการแข่งขัน

ซึ่งตามจริงแล้ว กรงใดที่ผมติดตาม จะส่งผลให้ได้ตำแหน่งที่หนึ่งติดมาอย่างน้อยก็หนึ่งครั้ง แต่กรงนี้กลับไม่ได้ผล ผมจับยามสามตาดูแล้ว อาจเป็นว่า ทุกครั้งที่กระแสจิตผมมุ่งตรงไปยังกรงที่อยู่ในซอยหลังรามฯ จะต้องผ่านหอพักนักศึกษารามฯที่ตั้งอยู่บริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก กระแสจิตเลยเถลไถลแวะไปตามตึกต่าง ๆ แอบดูสาวรามฯที่กำลังทำธุระส่วนตัวไปเรื่อย กว่าจะไปถึงกรงของคุณวิฑูรย์/พิทักษ์ก็อ่อนแรง เสื่อมสมรรถภาพไปแล้ว

แต่ก็ยังดี หนองคายก็ติด และคู่ไข่ก็ยังติดอันดับดี ๆ จุดนครพนมได้

ขอแทรกนิด คำว่าคู่ไข่ที่พวกเราเข้าใจกันดีนี้ เราไม่ควรนำไปใช้นอกวงการ ซึ่งอาจจะทำให้สับสนได้ ในวงการขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ จะเรียกไข่คู่ และอื่น ๆ อีกหลายกรณี ขอให้เข้าใจตามนี้ด้วย


พูดถึงนกพันธุ์ ตัวที่ได้ตำแหน่งจุดนครพนมนั้น เป็นนกที่ประมูลจากกรงนานาชาติมหกรรมฯ เมื่อ 2 ปีก่อน เป็นนกจากอังกฤษของ Cooney และก็ Cooney นี่เองที่ปีที่ผ่านมานี้ชนะที่ 1

เข้าคู่กับนกของกรงลูกกรอก ที่กรุณามอบให้ในวันที่ไปเยี่ยมชมกรง เสี่ยได้เลือกมาให้โดยบอกว่าให้เอาไปเล่น โดยยืนยันว่า รับรองว่าดีแน่ ๆ

เรื่องของคุณวิฑูรย์/พิทักษ์นี้ จึงเป็นเรื่องที่ช่วยยืนยันความมีน้ำใจของชาวนกพิราบ และอย่างน้อยก็ช่วยลบความข้องใจหรือคำกล่าวหาของบางคนที่ว่า ถ้านกดีเขาจะให้คุณหรือ

เรียกว่าลบได้อย่างหมดจด ผมขอนำมากล่าวถึงด้วยความชื่นชมอีกครั้ง


ปีหน้าทีมแข่งคงจะเข้มข้นกว่านี้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากกรง CP พระโขนง เฮียสุขสันติ และเฮียกมล ให้พันธุ์ของกรงมาเล่น

สำหรับเฮียสุขสันติและเฮียกมล ที่นำนกมาให้เล่นนั้น ผมมองว่าคงไม่ใช่เพราะมีเจตนาดีแต่อย่างใดหรอก แท้จริงแล้วแกรู้ว่า กรงอยู่ซอยหลังรามฯ มีทั้งสาวรามฯและสาวเอแบคอาศัยอยู่เยอะ ทั้งคู่จึงนำนกมาให้เพื่อจะได้หาโอกาสมาเยี่ยมและเก็บเกี่ยวอาหารตา อาหารใจไปด้วย เรื่องนี้ผมรู้ทัน ท่านทั้งสองอย่าพยายามแก้ตัวเลย



เรื่องกรงของคุณวิฑูรย์/พิทักษ์ที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ ผมไปรู้เบื้องหลังมาบ้าง ก็อยากมาเล่าสู่กันฟัง โดยได้ยินมาจากข้างบ้านของกรงนี่แหละ จริงเท็จอย่างไรก็ไม่ขอยืนยัน

ก่อนหน้านั้น ยามว่าง ๆ คุณวิฑูรย์และคุณพิทักษ์ขอบมานั่งรับลมอยู่บนดาดฟ้าตึก ดื่มกินพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเสมอ ๆ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยแฟลตต่าง ๆ รวมทั้งตึกของนักศึกษาเอแบคที่ประจันหน้าอยู่ ทำให้ทั้งสองเห็นแว๊บ ๆ ว่า นักศึกษาจะเข้าห้องน้ำ รวมทั้งผู้เช่าตามแฟลตรอบ ๆ มักจะโชว์ภาพอันวาบหวิวให้เห็นอยู่ตลอดเวลา

ได้คืบจะเอาศอก ทั้งสองจึงลงทุนไปซื้อกล้องส่องทางไกลมาใช้ส่องตามห้องต่าง ๆ ซะเลย ที่นี้สนุกสนานฮาเฮกันให­่ ทั้งสองเล่นขึ้นไปนั่งบนดาดฟ้าทั้งเช้าทั้งเย็น เล่นเอายาหยอดตาที่ร้านขายยาแถวนั้นขาดตลาดไปเลย

ความมาทราบถึงอธิการฯเอแบค จึงรวบรวมทั้งบราเดอร์ซีสเตอร์ เดินมาเป็นกลุ่มกว่า 50คน มาต่อว่าต่อขานคุณวิฑูรย์/พิทักษ์เสียยกให­่ จะเอาเรื่องให้ได้

แต่ทั้งสองหัวไว รีบแก้ตัวไปว่า พวกผมกำลังดูทำเลสร้างกรงนกพิราบแข่ง ต้องขึ้นมาสำรวจทิศทางและสภาพแวดล้อม กล้องที่ใช้ก็เพื่อวิเคราะห์ช่องนกเข้า ไม่เชื่ออาจารย์ดูเอาก็แล้วกัน

จึงตกกระไดพลอยโจน กรงนกพิราบแข่งจึงเกิดขึ้นมาในที่สุด ไม่งั้นโดนจับขึ้นโรงพักแน่ ๆ

ผลการแข่งขันออกมาแล้ว ได้ที่ 15
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 20-05-13 เมื่อ 05:11 PM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 20-05-13   #1126
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
อยากได้คำตอบจริง ๆ

เรียนสมาชิก



รบกวนผู้รู้ช่วยวิเคราะห์ผลของการบินของนก 5 ตัว ที่ติดอันดับ 72 - 76 ที่กลับถึงกรงในวันรุ่งขึ้นของการแข่งขันคือ 06.41 ต่างกันแค่ตัวละไม่กี่วินาทีเท่านั้น

ผมสงสัยว่า นกปล่อยจากนครพนมตั้งแต่หกโมงของวันแรก บินต่อเนื่องมาจนค่ำมืด รุ่งขึ้นเช้าบินต่อถึงกรงในเวลา 0641 ดังกล่าว

นกบินด้วยกันมาตลอดเป็นฝูงเดียวกันเลยหรือ ลงดื่มน้ำพร้อมกัน พักค้างคืนด้วยกัน ตอนเช้าตื่นขึ้นพร้อมกัน จึงมาถึงกรุงเทพฯพร้อมกัน เป็นอย่างนี้หรือเปล่า

วานผู้รู้ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ในการบินตลอดเส้นทางให้รู้ด้วย

ผมอยากรู้จริง ๆ

ไม่มีเรื่องอื่นแอบแฝง

ได้คำตอบแล้ว พรรคพวกโทรมาบอกว่า เป็นเท็กนิคการดึงเวลา ไม่กดนาฬิกา ไปเลือกกดเอาให้ได้ตำแหน่งใกล้เคียงกับการกินกุ๊ กลางหรือบ๊วยไปโน่น

ผมเองไม่ได้เล่นเลยไม่รู้ เคยไปดูกรงนานาชาติ เชียงใหม่กลับมาทีละห้าตัว หนองคายกลับมาฝูงแรกกว่าสิบตัว

แต่เป็นนกวันแรกทั้งนั้น

นี่นครพนม กลับวันที่สอง พร้อมกันทีเดียว 5 ตัว เลยงง ปล่อยไก่เลย
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 20-05-13 เมื่อ 06:27 PM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 28-05-13   #1127
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ย่านการค้า

เรียนสมาชิก

เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสพบปะกับพรรคพวกที่เลี้ยงนกพิราบหลาย ๆ คน คุยกันอย่างสนุกสนาน บางเรื่องที่ผมพูดขึ้นมา พวกเขาก็คิดว่าผมพูดเล่น บอกว่า เอาอีกแล้ว ชอบเสนอเรื่องตลก ๆ อีกแล้ว เหมือนคราวนั้นเลย เสนอให้ทำย่านนกพิราบในเมืองไทย พูดเสร็จก็หัวเราะอย่างดังเลย

ผมเลยจำได้ว่า ผมเคยเสนอให้เพื่อนคนหนึ่ง ทำกรงรวมนกพิราบแข่งอย่างใหญ่ ๆ ขึ้นมากรงหนึ่ง แบ่งห้องให้ได้อย่างน้อย 100 ห้อง แต่ละห้องบรรจุนกได้ 50 ตัว ซึ่งรวมทั้งสิ้นสามารถเลี้ยงนกแข่งได้ 5,000 ตัว

เปิดบริการรับเลี้ยงพร้อมแข่งให้แก่นักนิยมนกพิราบแข่งทั้งไทยและเทศ และจัดให้มีการแข่งขันเองแบบกรงอินเตอร์ แต่เจ้าของสามารถดูแลเพิ่มเติม

และอาจจะส่งแข่งกับสมาคมได้เป็นบางโอกาส

รายละเอียดการดำเนินการอื่น ๆ ผมเคยเขียนไว้มากแล้ว จะขอไม่กล่าวถึงในบทความนี้

กรงตั้งอยู่บนดาดฟ้าอพาทเม้นท์ห้องเช่าที่เป็นตึกใหญ่หลายชั้น มีตึกจอดรถอยู่่ข้าง ๆ ซึ่งสามารถใช้ชั้นบนสุด ดัดแปลงให้เป็นกรงนกขนาดใหญ่เท่า ๆ กันได้เป็นกรงที่ 2 หากธุรกิจเติบโตขึ้น

ห้องเช่าเหล่านั้น เปิดให้นักนิยมนกพิราบแข่งมาเช่า โดยเน้นประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวยุโรป เบลเยี่ยม ฮอลแลนด์ ฯลฯ ให้รับทราบ เพื่อผลคือจะมีฝรั่ง จีน ญี่ปุ่นและอื่น ๆ รวมทั้งคนไทย มาเช่าพร้อมฝากนกแข่งบนดาดฟ้าด้วย

จะส่งผลให้เกิดธุรกิจที่มั่นคงขึ้นมา ทั้งการรับเลี้ยงนก ประมูลนก ธุรกิจห้องเช่า และอื่น ๆ ที่จะตามมา

..........

แนวคิดนี้เป็นที่รับทราบแบบผ่าน ๆ โดยพรรคพวกคนนั้น เลยคิดว่าผมพูดเล่นพูดตลก

แต่ผมขอยืนยันว่า เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องตลก และเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ถูกกับแนวคิดในการพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ข้ามชาติ เพื่อสร้างย่านการค้าใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น

ขอเรียกว่า ผมกำลังยุให้สร้าง Pigeon Hub ขึ้นมาในเมืองไทย หรือ ฮับ ของนกพิราบขึ้นมาในเมืองไทย

ฮับ เป็นภาษาอังกฤษ แปลเป็นไทยอย่างง่าย ๆ ว่า ที่รวม หรือศูนย์รวมของธุรกิจที่เจาะจง

อย่าไปแปลว่า โกฮับ เพราะโกฮับเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิต เดี๋ยวไอเดียของผมจะกลายเป็นเรื่องตลกไปอีก

ย่านการค้าที่มีชื่อเสียง เกิดขึ้นได้โดยบังเอิญ และเกิดขึ้นได้โดยการตั้งใจสร้างสรรค์ของพ่อค้า เป็นไปได้ทั้งสองอย่าง

สำเพ็ง แหล่งค้าผ้า วรจักรแหล่งค้าอะไหล่ เชียงกงเก่าขายเครื่องจักร ฯลฯ

แหล่งบันเทิง พัฒนพงษ์ เกิดขึ้นมาโดยผู้เช่าเปิดบาร์ไม่กี่คนแรก จนดังมากในภายหลัง

นานาใต้ มีเยอรมันมาเช่าโรงแรม จนขยายเป็นแหล่งเยอรมัน

นานาเหนือ มีอาหรับมาอยู่จนขยายเป็นแหล่งอาหรับ

เหล่านี้เกิดขึ้นได้โดยไม่ได้ตั้งใจ

แต่แหล่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในยุคหลัง เกิดขึ้นโดยความตั้งใจ เช่น พันธ์ทิพย์ ขายพระเครื่อง คอมฯ

ตลาดจตุจักร ตลาด อตก ใบหยก สร้างขึ้นมาโดยมีเป้าหมาย

นี่คือตัวอย่างเล็กน้อยที่ชี้ให้เห็นว่า เราสามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นได้

-----------------------

หากแนวทางของผมถูกนำไปปฏิบัติ เราจะปฏิวัติการแข่งนกที่ลดความยุ่งยาก ได้เปรียบลงได้อย่างมาก

จะเป็นแหล่งพักผ่อนของฝรั่งและชาวต่างชาติ และค้าขายควบคู่กันไป ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่ถูกกับรสนิยมของฝรั่งมากที่สุด

จะเป็นแหล่งพัฒนาและผลิตนกพันธุ์ชั้นดีสู่ภูมิภาค

..............

ผมย้ำนะครับ สิ่งนี้สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้จริง
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 03-06-13   #1128
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ช่วยปูทางให้.....แล้วพวกผมจะกลับมา

เรียนสมาชิก

วันนี้ตั้งหัวข้อแบบมีปริศนา สมาชิกคงทายไม่ถูกว่าผมต้องการเขียนเรื่องอะไร

มีคำว่า ปู ก็ไม่ได้หมายถึงว่าผมจะเขียนถึงนายกปู เรื่องการเมืองนี่ นาน ๆ ผมจะแวะเข้าไปเขียนถึงที ไม่จำเป็นผมก็ไม่พูดถึง

มีประโยค "แล้วพวกผมจะกลับมา" I shall return ก็ไม่ได้เกี่ยวกับคำพูดของนายพลแม็คอาเธอร์ ที่กล่าวตอนถอนทหารอเมริกันออกจากฟิลิปปินส์ ปล่อยให้ญี่ปุ่นเข้าครอบครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่ตามหัวเรื่องนี้ ผมต้องการสื่อความหมายว่า ถ้ามีคนปูทางสะดวกให้นักนิยมนกพิราบแข่งให้กลับมาสนใจวงการนี้อีกครั้ง พวกเขาจะกลับมาแน่ ๆ

ไม่ใช่กลับมาคนสองคน แต่กลับมาเป็นร้อยก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวิธีการ และผู้ปูทาง ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีความพร้อมพอ ก็คือสมาคมนี่เอง

ไม่ต้องไปค้นหานโยบายของสมาคมในวันยื่นจดทะเบียน เราก็พอจะคาดเดาได้ว่า หนึ่งในนโยบายนั้น จะต้องมีเรื่องการส่งเสริมให้มีสมาชิกที่สนใจเลี้ยงนกพิราบมากขึ้น ๆ เป็นแน่

ในขณะที่ปัจจุบันนี้ เรามีกันอยู่ 3 สมาคม

ในนี้ 2 สมาคม ผมมองไม่เห็นแนวทางปฏิบัติใด ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนการเพิ่มของนักเลี้ยงนก

จะมีเพียงสมาคมสื่อสารฯ หรือสหพันธ์ เท่านั้นที่มีนโยบายในการเอื้อให้นักเลี้ยงนกมีส่วนร่วมมากขึ้น จากนโยบายไม่เน้นห่วงพิเศษ และลดต้นทุนการส่งแข่ง

จากการที่สมาคมฯจะเป็นเจ้าภาพในงานใหญ่ปี 2015 และเท่าที่ได้ยินมา กรงอินเตอร์จะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ซึ่งยังไม่ได้ระบุแน่นอน

กรงนี้ก็จะว่างลง

ผมจึงขอถือโอกาสนี้ เสนอแนะการใช้ประโยชน์กรงอินเตอร์ที่อยู่บนสมาคมฯ ให้ทำเป็นกรงอินเตอร์ตีนเปล่า รับนกที่ตีนเปล่าเท่านั้น มาเข้าร่วมแข่งกับสมาคม โดยใช้หลักการการเข้าร่วมและการแข่งขัน ตามที่ผมเคยเขียนมาแล้ว สาระโดยย่อมีดังนี้

1. รับนกตีนเปล่า

2. กรรมการสมาคม เพาะลูกนกมาให้สมาชิกที่สนใจ รับเป็นเจ้าของ

3. คิดค่าใช้จ่าย ค่าเลี้ยง ค่ายา ค่าซ้อมตามความเป็นจริงที่ใช้ของนกแต่ละตัว

4. มีเจ้าหน้าที่ดูแล แต่ให้เจ้าของนกมีสิทธิ์เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลในเฉพาะนกของตนเองได้

5. แข่งจบตามกำหนดที่ตั้งไว้ ประมูลโดยแบ่งกันระหว่าง สมาคม เจ้าของนก และกรรมการที่มอบนกมาให้

6. แข่งทุกสาย ตลอดทั้งปี

หากสมาคมจะจัดให้มีกรงอินเตอร์ในลักษณะเช่นนี้ ในส่วนของผมเอง ผมมั่นใจว่าจะสามารถชักชวนให้เพื่อน ๆ ในเน็ทนี่แหละที่กระจายอยู่ทั่วไป รวมทั้งต่างจังหวัด มาเข้าร่วมได้ไม่ต่ำกว่า 30 คน มีนกเข้าแข่งไม่น้อยกว่า 500 ตัว

โดยเฉพาะหากกรรมการสามารถจัดเตรียมนกมาให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยนั้น จำนวนนก 1000 ตัวก็ไม่เพียงพอแน่นอน

รายละเอียดมีมากกว่านี้ พร้อมจะขยายความหากหัวเรื่องนี้เป็นที่น่าสนใจ
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 05-06-13   #1129
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ได้รับเรื่องร้องเรียน

เรียนสมาชิก

ผมได้รับ่จดหมายร้องเรียนมาฉบับหนึ่ง ส่งมาจาก 'ชมรมสุภาพสตรีไร้เดียงสาแห่งประเทศไทย' บรรยายมาว่า รู้สึกไม่สบายใจที่ชาวนักเลี้ยงนกพิราบแข่ง ไม่ให้เกียรติแก่สุภาพสตรีเท่าที่ควร เข้าข่ายการกระทำที่คุกคามทางเพศ อยากจะขอเข้าพบท่านผู้มีอำนาจในวงการนกพิราบเพื่อขอคำอธิบายว่า ทำไมถึงทำอย่างนี้ อย่างนั้น

เธอบอกว่าจนด้วยเกล้าที่จะหาท่านผู้มีอำนาจพบ เพราะเข้าไปหาในเน็ท ก็มีหลายสมาคมเหลือเกิน ลองแวะเข้าไปที่สมาคมหนึ่งมาแล้ว ดูหน้าตาและกริยาของสมาชิกที่อยู่ในนั้นแล้ว อาจจะทำมิดีมิร้ายหนักเข้าไปอีก

พอดีมาอ่านในเน็ทเจอผมเข้า เลยลองเข้าไปอ่านดู พบว่าสติสตังของผมน่าจะมีปัญหาอยู่ คงพอจะรับเรื่องของเธอได้ จึงเขียนมาถึงผม เนื้อความยืดยาว ผมจึงขอย่อมาให้สมาชิกทั้งหลายได้รับทราบกันดังนี้


หัวหน้าชมรมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากสมาชิกหลาย ๆ คน ที่ชื่อเล่นว่า 'นก' และ 'ฟ้า' ว่า ถูกสมาชิกนักเลี้ยงนกพิราบแข่งนี่แหละ พูดจาในลักษณะสองแง่สองง่าม แบบหมาหยอกไก่ อยู่สม่ำเสมอ

โดยเฉพาะสาว ๆ สองชื่อที่ผมยกขึ้นมานี้ ที่เช่าห้องเช่าอยู่ที่แถวเอกชัย มักจะโดนบ่อย ๆ

พอพวกเธอเดินผ่านเจ้าของแฟลตทีไร เจ้าของแฟลตที่เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ก็มักจะจ้องมองมาที่เธอที่ชื่อน้องนกพร้อมกับพูดกับเพื่อนด้วยเสียงอันดังว่า "พี่ พี่ วันนี้ผมจะไป ทำนก ซะหน่อย

เล่นเอาน้องนกตกใจขวัญกระเจิง รีบวิ่งขึ้นไปหลบล๊อคประตูห้องอย่างแน่นหนา ถือไม้ตีพริกไว้ในมือ เตรียมตัวต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์ถ้าเจ้าของแฟลตใช้กุญแจสำรองมาไขห้องเข้ามา "ลองดูซิ จะตีกบาลให้ ลองมาทำดูซิ"

ขวัญหนีดีฝ่อ ไม่เป็นอันทำงาน เพราะพี่แกเล่นพูดบ่อยเหลือเกิน

ยัง ยังไม่หมดแค่นั้น ยังมีอีกสาวหนึ่งที่เจอเรื่องเขย่าขวัญไม่แพ้กัน จากสถานที่เดียวกันนี่แหละ เธอชื่อน้องฟ้า เวลาเดินผ่านเจ้าของแฟลตทีไร ก็มักจะได้ยินเสียงแกพูดว่า "ตอนนี้ฟ้ายังไม่เปิด ไว้รอฟ้าเปิดแล้วค่อยปล่อยนก" แถมยังพูดอีกว่า "ตอนนี้ฟ้าไม่เปิด นกเจาะไม่เข้า" พูดซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้นแหละ

เล่นเอาเธอผวาไม่หาย นึกอยู่ในใจว่า "ยังไงฟ้าก็ไม่ยอม 'เปิดซิง' ให้หรอก จะปล่อยนกเขาหรือนกอะไรมาเข้าของน้องฟ้าเรอะ" นึกใคร่ครวญแล้วก็ตั้งใจว่าจะไปขอมัดจำค่าห้องคืน ย้ายไปอยู่แฟลตอื่นดีกว่า

สุดท้ายก็นำเรื่องไปปรึกษาประธานชมรม จนเรื่องมาถึงผมนี่แหละ

ผมเลยต้องอธิบายให้ท่านประธานชมรม ซึ่งไร้เดียงสาสมชื่อว่า คำว่าทำนกนั้นหมายถึงการบำรุงบำเรอให้นกร่างกายพร้อม และคำว่าฟ้าเปิดหมายถึง ให้ปล่อยนกในช่วงอากาศโปร่งใส เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย

ไม่ได้มีความหมายอย่างที่สาว ๆ ไร้เดียงสาเหล่านั้นเข้าใจ

ก็ขอเตือนให้สมาชิกทั้งหลายว่า การใช้ภาษานกพิราบนั้น ขอให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจก่อให้เกิดปัญหายุ่งยากได้ หากคนที่อยู่นอกวงการมาได้ยินเข้า


ปล คุณสุเทพ ยูเอสเอ เพิ่มเติมมาว่า อาจจะต้องถึงกับขึ้นโรงขึ้นศาลหากพูดว่า "เอานกไปทุบ" ฮา
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 05-06-13 เมื่อ 01:30 PM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 05-06-13   #1130
~*{พิราบหยก}*~
นก VIP
 
รูปส่วนตัว ~*{พิราบหยก}*~
ชื่อ-นามสกุล: ชัยวัฒน์ แซ่เตีย
ชื่อที่ใช้แข่ง: TANAPON-VORARUK-LADDA
สายพันธุ์: 36ครั้ง/คัสสาร์ท/แวน800/ฮูเบน/อีลิค ลิมบรูค
 
สมัครเมื่อ: Aug 2007
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร
อายุ: 47
โพสท์: 2,116
UserID: 6
รอดตัวไป ^_____^
__________________
~*พิราบหยก นกในตำนาน*~
~*{พิราบหยก}*~ สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for ~*{พิราบหยก}*~ Click here to Send ~*{พิราบหยก}*~ a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 06-06-13   #1131
สุขสันติ
Moderator
 
รูปส่วนตัว สุขสันติ
ชื่อ-นามสกุล: สุขสันติ อึ๊งภาดร
ชื่อที่ใช้แข่ง: มาลี
สายพันธุ์: สติลเฮนเบาท์
 
สมัครเมื่อ: Sep 2007
ที่อยู่: บางบอน
โพสท์: 634
UserID: 45
แผนล่อเสือออกจากถ้ำ

เรียนพี่อติสิทธิ์ เพื่อนสมาชิกเขารู้ทันแล้ว
__________________
สุสัติ.
สุขสันติ สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for สุขสันติ Click here to Send สุขสันติ a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 09-06-13   #1132
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ใช้เทคโนโลยี่ทำให้การแข่งขันสนุกขึ้น

เรียนสมาชิก

วันนี้ผมนั่งดูโทรทัศน์เพลิน ๆ ในขณะที่ลูกชายนั่งเล่นคอมฯอยู่ด้านหลัง แกเล่นไปก็พูดไปกับคู่เล่นที่อยู่บ้านอื่น ๆ เป็นคู่ขาในการเล่นเกมส์ต่อสู้กัน

เดี๋ยวนี้เกมส์ในเครื่องคอมฯ สามารถออนไลน์เล่นร่วมกันได้กับอีกหลายคน

ผมเลยมีความคิดมาแนะนำพวกเราเหล่าสมาชิกผู้รักนกพิราบแข่ง

1. พวกเราน่าจะติดตั้งกล้องไว้ที่หน้าแป้นนกเข้าทุก ๆ กรง ในวันนกแข่ง กรงของเราจะมีจอภาพที่ติดตั้งไว้ สามารถเปิดดูนกเข้าที่กรงพันธมิตรได้ ถ้ามีพันธมิตร 4-5 ราย เราก็ออนไลน์กันทุกกรง ขณะที่รอนกของเรา ตาเราก็สามารถชำเลืองมองที่จอให้รู้ว่า กรงอื่น ๆ นกเข้าหรือยัง

ถ้าทำได้เช่นนี้ เกมส์ก็จะสนุกขึ้น คนที่ช่วยรอนก ก็จะไม่ใช่รอที่กรงเดียว ก็เท่ากับได้รอนกจากหลาย ๆ กรงพร้อมกันเลย

สำหรับนักเล่น ก็สามารถวางแผนการกดนาฬิกาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องคอยโทรศัพท์ถามคนโน้น ถามคนนี้ ว่านกเข้าหรือยัง

2. ถ้ากฏของสมาคมกำหนดว่าทุกกรงจะต้องติดตั้งกล้อง ทีนี้ก็สามารถตรวจสอบดูได้ว่ากรงไหนเข้ามาแล้ว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ไม่เสียหายแต่อย่างใด กรรมการอาจจะมีการกำหนดให้ถ่ายทอดนกเข้าจากกรงใดกรงหนึ่งในแต่ละอาทิตย์ นี่ก็จะเหมือนกับการติดตั้งกล้องถ่ายที่หน้ารถแข่งบางคันตามการจับสลาก เพื่อถ่ายทอดให้ผู้ชมได้เห็นภาพจากที่นั่งคนขับ

ข้อเสนอนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้เกมส์การแข่งขันสนุกเข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำมาซึ่งความนิยมที่แพร่หลายมากขึ้นนั่นเอง

สำหรับพวกเราเหล่าสมาชิก หลายคนมีความชำนาญเรื่องคอมฯอยู่แล้ว ก็ขอเชิญเข้ามาให้ความเห็นว่า การดำเนินการเช่นนี้เป็นไปได้หรือไม่ ง่ายหรือยากเพียงใด จะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า


-----

เพิ่มเติม

ถ้าวิธีนี้ถูกนำมาใช้ ผมว่าคงเป็นที่ถูกใจ อย่างน้อยก็เพื่อนผมที่เป็นเจ้าของอพาทเม้นท์ให้เช่า เพราะจะได้มั่วนิ่มติดตั้งกล้องไปตามห้องของลูกบ้านที่เป็นสาว ๆ อึ๋ม ๆ ต่าง ๆ

รอนกกลับไปพลาง ๆ เปลี่ยนช่องดูตามห้องต่าง ๆ เพลิน ๆ ควบคู่กันไป เกมส์แข่งนกคงสนุกสนาน เพิ่มอรรถรสขึ้นอีกมาก
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 09-06-13   #1133
~*{พิราบหยก}*~
นก VIP
 
รูปส่วนตัว ~*{พิราบหยก}*~
ชื่อ-นามสกุล: ชัยวัฒน์ แซ่เตีย
ชื่อที่ใช้แข่ง: TANAPON-VORARUK-LADDA
สายพันธุ์: 36ครั้ง/คัสสาร์ท/แวน800/ฮูเบน/อีลิค ลิมบรูค
 
สมัครเมื่อ: Aug 2007
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร
อายุ: 47
โพสท์: 2,116
UserID: 6
สวัสดีครับ

สำหรับในเรื่องนี้ ทางสมาคมสหพันธ์ฯ ได้เคยคิดจะดำเนินการมาแล้วครั้งหนึ่งครับ แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากสมาชิกเท่าที่ควร เพราะหลายๆกรง ไม่มีความพร้อมในเรื่องค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ ก็เลยเงียบๆไป

ขอบคุณครับ
__________________
~*พิราบหยก นกในตำนาน*~
~*{พิราบหยก}*~ สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for ~*{พิราบหยก}*~ Click here to Send ~*{พิราบหยก}*~ a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 10-06-13   #1134
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
เพิ่มเทคโนโลยี่ 2

เรียนคุณพิราบหยก

ผมก็เคยได้ยินมาว่าสหพันธ์จะติดตั้งวงจรลักษณะเช่นนี้ แต่ในรายละเอียดเป็นอย่างไรไม่ทราบ

ช่วงเวลานั้น มีการโปรโมทเรื่องนี้ขนาดไหน ชี้ให้สมาชิกเห็นข้อดีของอุปกรณ์นี้ มากน้อยเพียงใด

บางครั้ง บางเรื่อง บางช่วงอาจจะยังไม่ถึงเวลา แต่เมื่อสุกงอม ก็สามารถนำมาใช้จนแพร่หลายได้ เช่น เครื่องไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า ฯลฯ ก่อนหน้านี้ ถือว่าไม่จำเป็น บริษัทที่นำเข้าช่วยแรก ๆ ขาดทุนไปมาก ปัจจุบันมีกันทุกบ้านแล้ว

ประเด็นจึงมีอยู่ว่า ถ้าเห็น่ข้อดีแล้ว ก็ขอให้นำมาเสนอใหม่ ให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายและประโยชน์ที่จะได้รับ ก็อาจเป็นที่ยอมรับได้
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 14-06-13   #1135
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
ชะตาลิขิต

เรียนสมาชิก

เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคนบางคน บางครั้งมีสิ่งที่เรียกว่าชะตาลิขิต หรือถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคู่ครอง ก็มักจะเรียกว่าพรหมลิขิต ทำให้มีโอกาสมาพบกัน ทำให้เกิดเรื่องราวบางอย่างขึ้นได้

ในแง่ของชะตาลิขิต ผมมีเรื่องจริงของเขาทราย แกแล็คซี่ มาเล่าให้ฟัง เพื่อต้องการบอกให้ทราบว่า หากเหตุการณ์วันนั้น คลาดเคลื่อนไปเพียง 1 - 2 วินาที เราก็อาจจะไม่มีนักมวยเอกในตำนานมวยสากลที่โด่งดังของเมืองไทยก็เป็นได้

ก่อนหน้านั้นนานมาแล้ว ผมมีหัวหน้าตามสายงานที่เป็นฝรั่งอยู่คนนึง มาเมืองไทยเป็นครั้งคราว มีอยู่หลาย ๆ ครั้งที่แวะไปดูมวยที่เวทีราชดำเนินด้วยกัน

มีวันหนึ่ง วันนั้น มีโปรแกรมชกของ เขาทราย แกแล็คซี่ นักมวยไทยที่หันมาชกมวยสากล โดยการสนับสนุนของ แชแม้ นิวัฒน์ นัดนั้นเป็นนัดสำคัญ ทีมงานวางแผนกันแล้วว่า ถ้าสามารถเอาชนะคู่ชกซึ่งเป็นนักชกต่างชาติได้ ก็จะขยับขึ้นไปชิงแชมป์โลกในโอกาสอันใกล้

พอเริ่มยกหนึ่ง เขาทรายที่มีความมั่นใจในพลังหมัดของตนเอง รุกไล่กะว่าจะน๊อคคู่ชกให้ได้อย่างรวดเร็ว ผลีผลามอีท่าไหนไม่ทราบ พลาดไปโดนหมัดสวนของคู่ต่อสู้ ลงไปนอนตาโรย ดูอย่างไรก็คิดว่าเสร็จแน่แล้ว

กรรมการไทยเริ่มนับ 1 2 3.... แต่ทราบไหมครับ นับด้วยความเร็วที่ต่ำมาก เรียกได้ว่าแทบจะ 2 - 3 วินาทีต่อการสับแต่ละครั้ง เปิดโอกาสให้เขาทรายคืนสติ ลุกขึ้นมาพร้อมชกเมื่อนับถึง 9 ประคองตัวรอดมาได้จนหมดยก

ยกต่อ ๆ มา เขาทรายจึงเริ่มทำคะแนนนำและชนะน๊อคในที่สุด ยกไหนผมจำไม่ได้แล้ว


หากวันนั้น กรรมการไม่ได้นับเขาทรายแบบเข้าข้างแล้ว การชกจะจบสิ้นลง ก็ไม่รู้ว่าทีมงานยังจะคิดสนับสนุนเขาทรายให้มุ่งไปที่เข็มขัดโลกอีกต่อไปหรือไม่

จึงนับว่า เขาทรายเป็นหนี้กรรมการท่านนั้นเป็นอย่างมาก รวมทั้งคนไทย และกทม ก็เป็นหนี้ที่เขาทรายช่วยทำให้รถไม่ติดยามถ่ายทอดสดทุกนัดได้

นี่คือจุดหักเหที่สำคัญ

....

พูดถึงจุดหักเหแล้ว ผมนึกถึงเรื่องผู้นำสหรัฐ บิล คลินตัน กับสตรีหมายเลขหนึ่ง ฮิลารี่ คลินตัน ขึ้นมาได้ จริงเท็จอย่างไรไม่ขอยืนยัน

ฮิลารี่นั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นหญิงเก่ง มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของบิลเป็นอย่างมาก

ทั้งสองจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ในช่วงที่เป็นผู้นำสหรัฐแล้ว ได้มีโอกาสกลับไปเมืองที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน

วันหนึ่งได้ขับรถออกไปเที่ยวด้วยกันในเมือง และแวะเติมน้ำมันที่ปั้มแห่งหนึ่ง ก็เผอิญได้พบกับเจ้าของปั้มที่เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน แถมยังเคยเป็นคู่แข่งที่สำคัญของบิลในการจีบฮิลารี่อีกด้วย

เมื่อเสร็จการทักทายและสนทนากันสักครู่ใหญ่จึงขับรถออกมาแล้ว บิลได้โอกาสจึงพูดขึ้นว่า

"เห็นไม๊ ถ้าตอนนั้นเธอเลือกนายนั่น ตอนนี้เธอก็คงเป็นได้แค่ภรรยาเจ้าของปั้มน้ำมันเล็ก ๆ ไปแล้ว ไม่มีโอกาสมาไกลถึงขนาดนี้หรอก"

"ฮิลารี่หันไปมองอย่างดูแคลน พร้อมกับตอบบิลกลับไปว่า "ถ้าตอนนั้นฉันเลือกเขา ป่านนี้เขาก็ได้เป็นผู้นำสหรัฐไปแล้ว"
..........

จุดหักเหนับว่ามีส่วนสำคัญต่อการแข่งขันนกพิราบอยู่ไม่ใช่น้อยเลย

ในการแข่งขันนกพิราบ ผมเชื่อว่านกทุกตัวมีจุดหักเหของตนเอง ฝูงนกที่ถูกปล่อยจากรถแข่ง จะต้องแยกกันเป็นฝูงใหญ่ ๆ หลาย ๆฝูง ฝูงที่ตัดสินใจบินไปทางซ้าย บางฝูงตัดสินใจไปอีกทาง ผลที่ตามมาไม่เหมือนกัน เจอฝนแล้วหลบออกซ้ายหรือขวา ไปถูกทางก็กลับบ้านเร็ว ผิดทางก็กลับบ้านช้า

นกฝูงแรกมาเจอฝนแล้วต้องลงดิน ฝูงช้าที่ตามมาฝนหายแล้ว ก็อาจจะถึงบ้านก่อนก็เป็นได้

มาเร็วลงกินน้ำก่อน บางทีก็กลายเป็นเชลย เป็นตัวอย่างที่ทำให้ฝูงหลัง ๆ ระมัดระวังตัวมากขึ้น กลับบ้านได้ในที่สุด

นกไม่เคยบินตามเส้นทางตรงเลย ดูจีพีเอสนกก็จะรู้ ทดลองปล่อยเดี่ยว 3 ตัว แต่ละตัวเลือกเส้นทางไปตัวละทาง ตลอดเส้นทางกลับ คดเคี้ยวไปมาไม่เหมือนกันเลย

เรื่องนี้ผมเห็นได้ด้วยตนเอง มีหลายครั้งที่ไปดูนกแข่งบินกลับบ้านที่กรงมหกรรมฯ เอาแค่จุดพิจิตรก็พอ ฝูงนกแต่ละฝูง กลับถึงกรงจากแต่ละทิศทางไม่ซ้ำเลย แถมยังมีบินสูงบ้าง ต่ำบ้าง ซึ่งมีผลต่อความเร็วของการบินอย่างแน่นอน

ดังนั้น เมื่อเราพบนกตัวเก่งแล้ว จะต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่าตัวดังกล่าวเก่งจริง ปล่อยซ้ำ ๆ แข่งไปเรื่อย จะอีกกี่ปีก็ควรแข่ง พิสูจน์กันไปเลยว่า เก่งแน่ ๆ ไม่ใช่เก่งแล้วก็เก็บ พอให้ลูกมาแล้วกลับไม่เก่งจริง ต้องใจถึง ๆ หน่อยถ้าอยากได้พ่อแม่พันธุ์ที่เก่งจริง ๆ

การแข่งนกตีนเปล่าจึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยทำให้พวกเราได้พิสูจน์ความสามารถของนกได้อย่างแท้จริง

จึงขอสนับสนุนให้สมาคมที่มีนโยบายนกตีนเปล่า ให้รักษามาตรฐานการจัดการแข่งขันนี้ไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้คุณภาพของนกดีขึ้นอย่างแน่นอน
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 14-06-13 เมื่อ 04:02 PM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 17-06-13   #1136
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
เส้นทางและฤดูการแข่งขัน ความปรับปรุงหรือไม่?

ขอแก้ไขข้อความข้างบน เป็นควรจะปรับปรุง ไม่ใช่ ความจะปรับปรุงครับ

เรียนสมาชิก

เนื่องจากภาวะอากาศที่แปรปรวน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการแข่งขัน รวมทั้งเกิดความสู­เสียเป็นจำนวนมาก เกิดขึ้นกับทุกสายการแข่งขัน เรื่องนี้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว

ผมจึงย้อนกลับไปดูผลการแข่งขันเพื่อให้พวกเราได้นำมาวิเคราะห์กัน

FCI หนองคายเมื่อปลายปีที่แล้ว ระยะ 520 กิโลเมตร ปล่อยเวลา 6.20 น นกตัวแรกกลับถึงกรงเวลา 14.58 น

นำมาเปรียบเทียบกับ

สหพันธ์ หนองคายเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ระยะของกรง 500 กิโลเมตร ปล่อยเวลา 6.50 น นกตัวแรกกลับถึงกรงเวลา 16.34 น

จะเห็นได้ว่า เวลาที่นกใช้บินต่างกันเกือบ 2 ชั่วโมง จะเนื่องจากภาวะอากาศ ลม หรืออะไรก็ตามแต่

ถ้าผมและพวกเราจำไม่ผิด ทุก ๆ ปี นก FCI หนองคาย จะทำเวลาได้ดีกว่า ฤดูกาลตามปกติอยู่เสมอ

คำตอบของผมเองก็คือว่า หน้าหนาวนกบินอิสานได้ดีกว่าการบินเส้นทางอิสานในหน้าร้อน แน่ ๆ เลย

ทีนี้เราลองมาดูประเพณีการกำหนดเส้นทางการแข่งขันของทุกสมาคมที่ปฏิบัติการมาอย่างช้านาน เราจะพบว่า พวกเราแข่ง

หน้าร้อนแข่งอิสาน เดือน 2 - 5

หน้าฝนแข่งใต้ เดือน 6 - 9

หน้าหนาวแข่งเหนือ เดือน 10 - 2

กี่ปีต่อกี่ปีก็หมุนเวียนกันในทำนองนี้

จะเนื่องจากสาเหตุใดก็ตามแต่ แต่ก็ถือว่าได้ปฏิบัติกันมาอย่างช้านาน เชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะลมฟ้าอากาศเป็นใจ

แต่ปัจจุบันไม่ใช่อย่างนี้แล้ว ลมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เชื่อถืออะไรไม่ได้

ลองมาดูสายใต้ ฤดูฝนคือฤดูมรสุม อุตุฯเตือนไม่ให้เรือเล็กออกจากฝั่ง แต่นกพิราบตัวน้อย ๆ กลับต้องบินฝ่ามรสุมเข้าสู่อ่าว ไปโผล่ที่ระยองหรือเกาะเรืออยู่เนือง

ฝนก็ตกอยู่ตลอดเวลา เส้นทางก็ถูกทะเลบีบ พอโดนลมตะวันตกพัดก็หลีกเลี่ยงในการถูกพัดเข้าอ่าวไทยไม่ได้ การสู­เสียจึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ปีหนึ่งมีสิบสองเดือน เราเลือกที่จะแข่งสายใต้ในช่วงเวลาที่โหดที่สุด

ผมจำได้ เดือนเมษา ฤดูเล่นว่าว ลมจะพัดจากใต้ขึ้นเหนือ

ถ้าเป็นอย่างนี้ ทำไมเราไม่แข่งสายใต้ที่ช่วงหน้าร้อน ซึ่งเหมาะกับสายใต้มากกว่า มรสุมก็ไม่มี ฝนก็น้อย หน้าร้อนอากาศก็ไม่ร้อนเท่าภาคอื่น

แล้วย้ายอิสานไปแข่งตอนหน้าหนาว ผลของ FCI ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า นกบินได้เร็วกว่า คงน่าจะเป็นเพราะลม และสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจนเกินไป ทำให้นกผลงานดีกว่า

จากนั้นเราก็ย้ายสายเหนือมาแข่งหน้าฝนแทน สายเหนือพื้นที่กว้าง นกมีโอกาสเอาตัวรอดในหน้าฝนได้ดีกว่า

โดยรวมผมเชื่อว่า จะทำให้การสู­เสียของทุกสายน้อยลง

กรงที่มีกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ บางกรงแข่งได้เพียงบางสาย ทีนี้ก็จะได้หันมาศึกษาเส้นทางกันใหม่ แข่งผิดฤดูผิดเดือนแบบนี้ อาจจะทำให้วงการของเรามีการตื่นตัวกันมากขึ้น

สมาชิกทั้งหลายลองช่วยกันวิเคราะห์ แล้วมาแสดงความคิดเห็นกันนะครับ
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 19-06-13   #1137
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561


เรียนคุณจ๊อบ หัวหิน

ผมลงรูปในอีกเวปไม่เป็น จึงขอนำเรื่องที่ผมคุยไว้มาลงในเวปนี้ เมื่อคุณจ๊อบมาอ่านเจอจะได้เข้าใจว่าเป็นรูปไหน

รูปนี้แสดงให้เห็นทิศทางลม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดขึ้นแบบทะแยงตั้งแต่เดือน พฤษภาคมจนถึงตุลาคม

ลักษณะของลมชนิดนี้จะดันให้นกต้องเซไปทางอ่าวไทย ทำให้นกต้องบินตามแนวทะเลด้านอ่าวไทยไปเรื่อย ๆ หลีกเลี่ยงจากการผ่านจุดดักจับนกไปไม่ได้

หากนกใต้บินในช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ จะเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ ในภาพจะเห็นทิศทางลมจากอิสานทะแยงลงมาทางใต้

หากนกบินในช่วงนี้ จะเป็นการบินทวนลม ทะแยงสวนขึ้นเหนือเอียงไปทางพม่า

หากนกบินในช่วงนี้ แล้วจุดปล่อยลึกลงไปใกล้ชายแดนพม่า นกจะไม่บินผ่านหัวหิน ผมเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น วานคุณจ๊อบช่วยวิเคราะห์ด้วยครับ
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 23-06-13   #1138
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
สารน้อยจากนักบิน

เรียนสมาชิก

เมื่อวานตอนช่วงเย็น ๆ ผมเผอิญขับรถบนถนนสาธุประดิษฐ์ จังหวะหนึ่งมีลมกระโชกแรง พัดเอากระดาษแผ่นหนึ่งปลิวมาแปะที่บริเวณกระจกหน้าพอดี บังทัศนวิสัยในการขับขี่ จนปัญญาที่จะขับขี่ต่อไปได้ ผมจึงหยุดรถ หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา

ทีแรกตั้งใจจะโยนทิ้ง แต่สะกิดใจที่เห็นมีลายไก่เขี่ยที่บนกระดาษแผ่นนั้น เลยหยิบมาเพ่งดูให้ดีอีกครั้ง อ้าวไม่ใช่ไก่เขี่ย แต่เป็นนกเขี่ย เขียนข้อความอ่านแล้ว ดูออกว่าเป็นผู้มีการศึกษา เขียนเข้าใจง่าย เพียงแต่ว่ากระดาษเปื้อนขี้นก เนื้อความบางส่วนขาดหายไป แต่ก็อ่านแล้วจับใจความได้

เข้าใจว่าผู้เขียนต้องการสื่อให้เจ้าของกรงนกโดกรงนกหนึ่งเป็นแน่ ผมจึงขอถ่ายทอดมาให้อ่านดังนี้

วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2556

เขียน ณ สมาคมสหพันธ์....

บนกรงนกปล่อยแข่ง ชั้นที่ 4 (แนะ เขียนละเอียดซะด้วย)

กรุ๊กกรู้ ๆ.... กราบเรียนเจ้านายที่เคารพ

ผม เจ้าของห่วงขาเลขที่ xxxxxxxx ห่วงเดิมพันเลขที่...... (ไม่รู้ เพราะเป็นชิ๊ป) ขอเรียนให้เจ้านายทราบว่า เนื่องจากวันรุ่งขึ้น อากาศจะเลวร้ายอย่างหนัก จะมีลมมรสุมพัดเอาฝนมาตกตลอดทางจากจุดปล่อยประจวบฯจนถึงกรุงเทพฯ ยากต่อการบินเป็นอย่างยิ่ง

ผม และเพื่อน ๆ อีกหลายต่อหลายตัวที่อยู่บนรถแข่งนี้ จึงได้ลงมติกันแล้วว่า จะขอปฏิบัติตามเพลงของ อ้อม สุนิสาที่ร้องว่า

"ถอยดีกว่า ไม่อาว ๆ ๆ ...ดีกว่า"

เมื่อเวลาปล่อยนกออกบิน พวกผม จะเกาะอยู่แถวจุดปล่อยนั่นแหละ

และเนื่องจากกรมอุตุฯก็ไม่ได้ให้ความหวังแก่พวกผมว่า อากาศจะดีเมื่อไหร่ พวกผมจึงจะขอไม่บิน จะอาศัยอยู่แถวนั้นจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าปลอดภัยพอ จึงจะทะยอยกันบินกลับ

ดังนั้น ถ้าจะให้ดี เจ้านายกรุณาเหมารถซ้อมของเฮียคนใดคนหนึ่งก็ได้ ไปจอดแถวประจวบ แล้ว ผิวปาก เป่านกหวีด หรือเขย่ากระป๋อง ไปพร้อม ๆ กัน พวกผมจะโผล่มาให้เห็นแล้วจะบินเข้ากรงเอง ไม่ต้องต้อน

ขอนั่งรถกลับบ้านดีกว่า ปลอดภัยดี เก็บแรงไว้บินในจุดต่อ ๆ ไปดีกว่า

เตรียมอาหารเตรียมน้ำมาให้พอนะ พวกเรามีกันหลายตัวมาก

และขอแสดงความเสียใจมายังเจ้านายล่วงหน้าว่า เจ้านายสูญเงินค่าห่วง ค่าจดกุ๊ จากพวกผมแน่ ๆ ไม่เป็นไรนะครับ ไว้จะหาทางชดเชยจากการแข่งขันจุดต่อ ๆ ไป

ปล. อย่าลืมเตรียมนกสาวมาให้ผมเข้าคู่หนึ่งตัวนะ เอาไว้ปลอบใจตัวเองนะ หลังจากเผชิญกับภาวะอากาศเลวร้าย ผมจะได้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เป็นความหวังในการกินห่วงต่อไป

ขอบคุณครับ กรู่ ๆ ๆ


......

ผมจึงขอนำมาลงเพื่อให้เจ้าของที่เผอิญมาอ่านเจอได้รับทราบ
__________________
Atisit.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 23-06-13   #1139
Nuttapol Lertphadungtham
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว Nuttapol Lertphadungtham
ชื่อ-นามสกุล: ณัฐพล (N-L)
ชื่อที่ใช้แข่ง: เมธ์-แมค-มาลินี
สายพันธุ์: จับไฉ่
 
สมัครเมื่อ: Dec 2009
โพสท์: 917
UserID: 2088
/ดังนั้น ถ้าจะให้ดี เจ้านายกรุณาเหมารถซ้อมของเฮียคนใดคนหนึ่งก็ได้ ไปจอดแถวประจวบ แล้ว ผิวปาก เป่านกหวีด หรือเขย่ากระป๋อง ไปพร้อม ๆ กัน พวกผมจะโผล่มาให้เห็นแล้วจะบินเข้ากรงเอง ไม่ต้องต้อน

ขอนั่งรถกลับบ้านดีกว่า ปลอดภัยดี เก็บแรงไว้บินในจุดต่อ ๆ ไปดีกว่า

เตรียมอาหารเตรียมน้ำมาให้พอนะ พวกเรามีกันหลายตัวมาก.../

"ได้เลย กลุ่มนักบินที่น่ารัก ! ทาง กทม. ได้ตระเตรียมงานไว้พร้อมต้อนรับ ก้อ...หม้อต้มน้ำกำลังเดือดปุด ๆ ใบใหญ่ไงล่ะ ได้เชิญแขกร่วมก๊วน (โดนกินกุ๊) มาพร้อมเปิบกันเป็นที่เรียบโร้ย...แล้ว !

ฮา........
__________________
_______
ณัฐพล
Nuttapol Lertphadungtham สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for Nuttapol Lertphadungtham Click here to Send Nuttapol Lertphadungtham a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 30-06-13   #1140
atisitpilanun
นกยอดเยี่ยม
 
รูปส่วนตัว atisitpilanun
ชื่อ-นามสกุล: atisit pilanun
ชื่อที่ใช้แข่ง: jerry
สายพันธุ์: jansen
 
สมัครเมื่อ: Jan 2009
โพสท์: 1,363
UserID: 561
เรียนสมาชิก

ผมมีคำถามมาถามพวกเรากัน

นกพิราบสายพันธุ์ฝรั่งที่เราเลี้ยงอยู่นั้น มีความคิดแบบศักดินา ดูถูกเหยียดหยามนกพิราบไทยตัวเล็ก ๆ ซกมก ๆ ท้องถิ่นหรือเปล่าครับ?

ผมสังเกตุว่า เมื่อเราปล่อยนกที่เราเลี้ยงออกไป แล้วเมื่อนกที่เกาะอยู่รอบ ๆ กรงเป็นกลุ่มให­่อยู่นั้น จะคอยจีบคอยต้อนนกพิราบที่อยู่ในฝูงด้วยกันเอง หากเผอิ­มีนกแข่งเหมือนกันที่มาเกาะรวมฝูงด้วย นกเจ้าของกรงต่างก็ตื่นเต้นรุมจีบกันให­่ บินหนีไปเกาะที่ไหน ก็จะตามไปขันไปป้อที่นั่น

แต่หากมีนกพิราบวัดที่เกาะอยู่แถวนั้น ไม่เห็นนกแข่งของพวกเราจะสนใจเลย

ตามวัด ตามสนามหลวงหรือข้างทางด่วน เราก็ไม่เคยเห็นมีนกฝรั่งไปรวมปะปนอยู่ด้วย ทั้ง ๆ ที่ปีหนึ่ง ๆ จะมีนกที่หลงจากการแข่งขัน สู­หายไปไม่ต่ำกว่าหมื่น ๆ ตัว ทำไมไม่ไปพักพิงตามสถานที่นกเร่ร่อนเหล่านั้นรวมตัวกันอยู่

นี่คือข้อสงสัยที่ผมต้องการคำตอบ วานสมาชิกเข้ามาไขข้อข้องใจด้วยครับ

.......

จริง ๆ แล้วนกฝรั่งเหล่านั้นยังขาดความฉลาดในการปรับเปลี่ยนรสนิยม ไม่เคยหันไปดูเลยว่า ฝรั่ง ๆ ต่างก็หันมาชื่นชอบคนไทย โดยเฉพาะตัวเล็ก ๆ ผิวคล้ำ ๆ กันมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากฝรั่งที่หย่าเมียแล้วมาได้เมียชนชาติอื่นดังที่เห็น ๆ กันอยู่ เรียกว่าติดใจกันมาก

ดังนั้น ท่านนักเลี้ยงผู้ใดที่ใช้ระบบการแข่งขันแบบล่อคู่ แล้วปรากฏว่าไม่ค่อยได้ผลนัก แรงกระตุ้นที่จะทำให้นกตั้งหน้าตั้งตากลับกรงเร็ว ๆ ยังมีไม่มากพอ ผมว่าเราลองไปนำนกพิราบไทยตัวเล็ก ๆ มาล่อคู่แทนนกฝรั่งด้วยกันดู ผมว่าอาจจะสร้างแรงจูงใจได้ดีกว่า

ว่าไปแล้วก็เท่่ห์ไม่เบานะครับ ลองนึกภาพดู ถ้าเราเป็นเซียนนก ถึงวันแข่งขัน มีเพื่อน ๆ มาคอยนกที่กรงด้วยกัน แล้วเราบรรยายว่าเราแข่งขันในระบบล่อคู่ เพื่อน ๆ หันไปมองในกรง จะเห็นนกไทยแท้ตัวเล็ก ๆ ซอมซ่อ ๆ เกาะอยู่ในช่องเข้าคู่ พวกเขาจะตื่นตลึงกันขนาดไหน หันไปมองตากันแล้วซุบซิบกันไม่ให้เราได้ยิน แค่นี้เราก็เข้าใจแล้วว่า พวกเขากำลังชื่นชมในความคิดของเรา ภูมิใจไม่เบาเลย จริงมะ

แล้วเราก็อธิบายต่อไปว่า นี่เป็นระบบที่ทันสมัยที่สุด ดัดแปลงมาจากระบบเดียวกับฝรั่งมาติดเสน่ห์สาวไทย แต่นี่คือนกฝรั่งติดเสน่ห์นกวัด ๆ ของไทย

ผมว่าไม่ช้าไม่นาน จะต้องมีคนเลียนแบบกันเยอะ

อย่าเพิ่งดูแคลนข้อมูลของผมนะครับ แท้จริงแล้วมีความเป็นไปได้ในเชิงวิชาการเหมือนกัน ผมเคยอ่านเจอในนิตยสารเรื่องราวของนก มีเขียนไว้ว่า การจะนำตัวเมียที่มาเป็นนกล่อคู่นั้น จะต้องเลือกตัวเมียที่มีความตื่นตัวทางเพศสูง ทำให้ตัวผู้นักแข่งมีความมุ่งมั่นที่จะมาพบโดยเร็ว หากนำตัวเมียที่ซึมกระทือ เย็นชา ก็จะไม่สร้างแรงจูงใจมากพอ นี่คือข้อเขียนที่อ่านพบมาแล้วจริง ๆ

ก็คล้าย ๆ กับเมียที่บ้าน ถ้าแสดงการต้อนรับเราดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องนั้นอย่างเดียว สามีก็อยากจะกลับบ้าน

หรือบางคนเป็นเจ้าของแฟลตห้องเช่า เราจะสังเกตุได้ว่า วันใดที่เจ้าของแฟลตมีความเร่งรีบจะกลับแฟลต วันนั้นก็มักจะเป็นว่า มีลูกบ้านสาว ๆ เพิ่งเข้ามาเช่าใหม่ ๆ

เลยจะต้องรีบกลับไปดูแลไม่ให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง กินข้าวหรือยัง เสบียงในตู้เย็นมีพอไม๊ ฯลฯ

ลูกเมียจะอดข้าวก็ไม่สน ธุรกิจย่อมมาก่อน แก้ตัวว่างั้น

แต่ถ้าเรากลับมาแล้วเมียแสดงอาการลุกลี้ลุกลนผิดปกติ ถ้าเป็นอย่างงั้นก็ใช่เลย เราต้องรีบไปก้มดูใต้เตียง ในห้องน้ำ หรือเปิดหน้าต่างดูว่า จะมีชายไทยตัวเปล่าเปลือยปีนไปหลบอยู่นอกระเบียงหรือเปล่า แฮ่

เรื่องนี้เคยปรากฏในคลิปมาแล้ว ฮามาก


แต่เรื่องเข้าคู่นกก็ขอให้ระวังหน่อยเดียว คือเมื่อนกไข่ออกมาแล้ว ก็ขอให้ทำลายทิ้งอย่านำมาฟักให้เป็นตัว หาไม่เราจะมีนกลูกครึ่งหลงอยู่ในสังคมนกแข่งไทยเยอะเกินไป หากหน้าตาออกไปทางฝรั่ง เราอาจหลงเชื่อว่าเป็นนกแข่งที่ดี จะเสียเวลาเปล่า ๆ ขอให้นำระบบนี้มาใช้เพียงการกระตุ้นนกก็พอแล้ว

การทดลองนั้นก็ไม่ยาก นกแข่ง 10 ตัวที่ใช้ระบบล่อคู่ เอา 5 ตัวมาเข้าคู่กับนกฝรั่ง อีก 5 ตัวนำไปเข้าคู่กับนกไทย แล้วดูผลการแข่งขัน

ผลที่ออกมาอาจจะดีอย่างเหลือเชื่อก็เป็นได้นะครับ

ไม่ลองไม่รู้ จริงไม๊

.....

ดูเหมือนว่าข้อแนะนำวิธีการเลี้ยงการแข่งนกพิราบที่ผมทะยอยเขียนมานั้น เริ่มจะมีเยอะขึ้นแล้ว ว่าง ๆ ผมจะรวบรวมมาทำรวมเล่ม แจกจ่ายให้สมาชิกที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันได้ไปศึกษากัน เพื่อจะเป็นผู้ชนะได้บ้าง

ผมว่าจะพิมพ์สัก 200 เล่ม แจกจ่ายให้ฟรี ๆ

แจกไปแล้วหนึ่งอาทิตย์ คงมีฝากไปรษณีย์นำมาส่งคืน 180 เล่ม อีก 20 เล่มที่เหลือ ผู้รับกรุณานำมาปาคืนผมด้วยตนเอง

โอโฮ ไม่น่าเชื่อเลย หนังสือของผมได้รับการตอบรับดีจริง ๆ
__________________
Atisit.

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย atisitpilanun : 30-06-13 เมื่อ 12:06 PM.
atisitpilanun สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for atisitpilanun Click here to Send atisitpilanun a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
ตอบกลับ



กฎการส่งข้อความ
คุณไม่สามารถตั้งหัวข้อใหม่ได้
คุณไม่สามารถตอบกระทู้ได้
คุณไม่สามารถแนบไฟล์ได้
คุณไม่สามารถแก้ไขกระทู้ของคุณได้

โค้ด vB เปิด
[IMG] โค้ด เปิด
โค้ด HTML ปิด
กระโดดไป


เขตเวลาทั้งหมด GMT +7. โดยเวลาในขณะนี้คือ 05:28 PM.


Power by vBulletin เวอร์ชัน 3.0.1 Thai Language By bigs15
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000 - 2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
ขอสงวนลิขสิทธิ์การใช้iรูปภาพและหรือข้อความในเว๊ปนี้สู่ภายนอก