ชมรมคนรักนกพิราบแข่งแห่งประเทศไทย - Thai Racing Pigeon Community  


กลับไป   ชมรมคนรักนกพิราบแข่งแห่งประเทศไทย - Thai Racing Pigeon Community > ห้อง - สายพันธุ์
สมัครสมาชิก/Register คู่มือการใช้ รายชื่อสมาชิก Online Store ปฏิทิน

ห้อง - สายพันธุ์ ห้องนี้มีไว้พูดคุยเกี่ยวกับสายพันธุ์นกพิราบที่เราชอบหรืออยากรู้ครับ


ตอบกลับ
 
เครื่องมือหัวข้อ Display Modes
เก่า 11-05-08   #1
~*{พิราบหยก}*~
นก VIP
 
รูปส่วนตัว ~*{พิราบหยก}*~
ชื่อ-นามสกุล: ชัยวัฒน์ แซ่เตีย
ชื่อที่ใช้แข่ง: TANAPON-VORARUK-LADDA
สายพันธุ์: 36ครั้ง/มาร์ค&เจอราร์ด ซันเต๊น/มอริส โวท/อีลิค ลิมบรูค/คูปแมน/คีโบชัวร์/และอื่นๆ
 
สมัครเมื่อ: Aug 2007
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร
อายุ: 47
โพสท์: 2,006
UserID: 6
ทฤษฏี การผสมพันธุ์ (ไก่ชน)

สวัสดีครับ พอดีไปเจอบทความนี้ในเว็บไซด์เกี่ยวกับไก่ชน ผมไม่แน่ใจว่า จะสามารถนำมาใช้กับนกพิราบได้หรือเปล่า แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่า สัตว์ปีกเหมือนๆกัน ก็น่าจะใช้วิธีการเดียวกันได้นะครับ ลองอ่านกันดูนะครับ

ทฤษฎีการผสมแบบอินบรีด

เลือดนิ่งกะเลือดชิด... เป็นคำพูดที่เราพูดกันบ่อยๆในการพัฒนาไก่ชน... จะต้องอินบรีดกันกี่รุ่นถึงจะนิ่ง... ทำกันไปกี่ทีถึงจะชิด... ยิ่งฟังก็ยิ่งงง... เพราะมันคนละความหมายในความคิดของผม... และแบบใดเล่าที่เรียกว่านิ่ง แบบใดเล่าที่เรียกว่าชิด...
ก่อนอื่น... เราคงต้องมาดูกันว่าในการเพาะพันธุ์สัตว์ที่เขาใช้กันอยู่ในปัจจุบัน... เขาก็จะใช้กันอยู่ไม่กี่วิธี... แบบที่เห็นมากๆคือ ผสมกันไปเรื่อยๆ... เอาตัวนั้นมาผสมตัวนี้ ไม่สนใจว่าสายมันจะมาจากไหน แบบนี้... เรียกว่า ผสมออกมาให้ได้ตัวพอ... ไม่ต้องมาหาประวัติสายพันธุ์อะไรกัน... อีกแบบหนึ่ง... ก็เอามันในครอกเดียวกันนั่นแหละมาผสมกัน... เรียกว่า อินบรีด ก็ได้... พอเอาพ่อแม่ไก่ชนจากที่ไหนมาไม่รู้... แต่ไม่ใช่ครอกเดียวกันแน่ๆ... ผสมกันออกมาก็จะได้รุ่นลูก เราเรียกว่า F1 ... เอา F1 ครอกเดียวกันมาผสมกันได้รุ่นถัดมาเป็น F2 แล้วก็นับกันไป... แบบสุดท้ายก็จะเป็นผสมแบบวงศาคณาญาติ... เรียกว่า ไลน์บรีด... คือเอาสายเลือดใกล้เคียงกันมาผสมกัน...ซึ่งการจะพัฒนาสายพันธุ์ให้ดี ให้เหมาะสม เรามักจะใช้วิธีที่ 2 กะ 3 หรือ อินบรีด กะ ไลน์บรีด นี่แหละเป็นตัวยืน... แล้วอันไหนดีกว่ากันล่ะ อันไหนจะทำให้เลือดนิ่ง อันไหนจะทำให้เลือดชิด... ก็มาดูความหมายกันนิดหน่อยนะ...
เลือดนิ่งของผม... จะหมายถึง ไก่ชนสีใดๆ รูปร่างลักษณะใดๆ หรือเชิงชนใด ๆก็ตาม... ที่เมื่อนำมาผสมกันแล้ว... ออกมาเป็นสีเดิม รูปร่างลักษณะเดิมๆ..หรือเชิงชนเดิมๆ. เช่น ไก่ป่าในธรรมชาติ...เลือดแท้ๆ... จะผสมกันมายังไง... ก็ได้สีเดิมๆ รูปร่างเดิมๆ ต่างกันแค่ลายดอก ลายผีเสื้อ นิดหน่อย และแตกต่างไปตามสถานที่ตามแหล่ง... เพราะมันจะมีความหลากหลายทางพันธุกรรม... ถามว่าพวกนี้เลือดชิดไหม... ไม่หรอก... แบบนี้เรียกว่าเลือดนิ่งต่างหาก... แต่หากคุณผสมเขาออกมา... มีหุ่นหนาล่ำแบบไก่ชนไทยปักใต้บ้าง... ผ่ามีคอโกลนแบบง่อนบ้างไม่มีบ้าง... แบบนี้ไม่นิ่ง เป็นเลือดผสมแล้ว... ซึ่ง... การทำไก่ชนทั้งรูปแบบอินบรีดและไลน์บรีด... คือวิธีการที่จะทำให้เราได้ไก่ชนเลือดนิ่งเร็วขึ้นนั่นเอง... แต่อินบรีดจะประสบปัญหาเลือดชิดในระยะเวลาที่สั้นกว่าแบบไลน์บรีดมาก...
เลือดชิด... เลือดชิดในความหมายของผม... คือการนำไก่ชนในครอกเดียวกัน ในสายเครือญาติเดียวกัน... ผสมกันไปเรื่อยๆ... นานๆมากเข้า... ก็จะเกิดอาการผิดปกติขึ้นมา... หากเป็นคนก็จะออกอาการปัญญาอ่อนประมาณนั้น เป็นไก่ชนก็ประเภท... ตัวคด สั้น ขนไม่สวย โง่ ระบบการหายใจผิดปกติ มีไก่ชนประหลาดหลุดออกมามากขึ้น...กระดูกผิดรูป... อ่อนแอและไวต่อโรคมากกว่าไก่ชนที่ผสมตามปกติ ทำนองนั้น... มักเจอผลเสียมากกว่าผลดี... ขึ้นอยู่กับการเลือกการคัดพันธุ์ด้วยส่วนหนึ่ง... ส่วนใหญ่จะเกิดจากการอินบรีดเกินกว่า 3 รุ่น หรือ F3ไปแล้ว แต่ก็ได้ยินว่าทำไปได้มากกว่านั้น... ซึ่งผมไม่เคยลอง... เพราะไม่ชอบวิธีนี้เท่าไร อย่างมาก F2 ผมก็หนีแล้ว...
คราวนี้มาดูความต่างระหว่างการนับ F กะการนับรุ่น (Generation) บ้าง...



ไก่ชน A + ไก่ชน A F1 G1 ไก่ชน A + ไก่ชน A F1 G1
ไก่ชน 2A F2 G2 ไก่ชน 2A F2 G2
ไก่ชน 2A + ไก่ชน 2A ไก่ชน 2A + ไก่ชน AB
ไก่ชน 4A F3 G3 ไก่ชน 3AB F1 G3
ไก่ชน 4A + ไก่ชน 4A ไก่ชน 3AB + ไก่ชน 3AB
ไก่ชน 8A F4 G4 ไก่ชน 2(3AB) F2 G4
งงไหม !!! นี่ไม่ใช่เรื่อง Genetic นะ... แต่เอาไว้นับรุ่นเล่นๆตามแบบของผม... จะได้ไล่สายถูก... จะเห็นว่า F จะมากขึ้นหากมีการอินบรีดไปเรื่อยๆ... และ จะเริ่มนับ F1 ใหม่ เมื่อมีการนำมาไขว้หรือสับเลือดไก่ชนสายอื่นๆเข้าไป... แต่ Generation หรือรุ่นไก่ชน เราจะนับต่อๆไปได้เลย... ดังนั้น... มันจะเข้าใจได้ง่าย... ปีนี้ผมพัฒนาไก่พม่ามา 6 รุ่นแล้ว... กับพัฒนาไก่ชนพม่ามา F6 แล้ว คนละเรื่องกันเลยนะ...
และถ้าดูดีๆ... ตารางนี้ทางซ้ายคือการผสมไก่ชนแบบอินบรีด... โดยใช้ไก่สายเลือด A เป็นหลัก... ขณะที่ทางขวา... ก็ใช้สายเลือด A เช่นกัน แต่มีการนำไก่ชนสาย A ไปผสมกับ B มาก่อน แล้วนำมาย้อนกลับสาย A อีกครั้งหนึ่ง... จะเรียกว่า ไลน์บรีด ได้เลย... โดยที่สายเลือดเด่นๆ ก็คงหนีไม่พ้นไก่ชนสาย A แน่ๆ... แต่เลือดไม่ชิด... เพราะ F น้อยกว่า... ในขณะที่ระยะเวลาในการพัฒนาเท่าๆกัน... ส่วนใครจะอาจจะแย้งว่า ฝั่งซ้ายน่าจะได้ไก่ชนที่ดีกว่านะ... มันก็ใช่... แต่ผมถามว่า คุณเลือกไก่ชนสาย A ไปผสมสาย B คุณเลือกไก่ชนแบบไหนล่ะ... ถ้าเลือกที่ใกล้เคียงกัน ฝีมืเชิงชนรูปร่างคล้ายๆกัน... ผลออกมาแตกต่างน้อยมาก... แต่พัฒนาระยะยาวได้ดีกว่าเห็นๆ...
มั่วมาแค่นี้พอนะ... ผมเขียนตามความเข้าใจของผม... ไม่ใช่เรื่อง Genetic หรือเรื่องในการผสมสี... ลองดูเอาแล้วกัน... ข้อสำคัญ... ผมไม่ใช่ตำรา ไม่ใช่นักวิชาการ ทุกอย่างเกิดจากการเรียนรู้จากประสบการณ์เช่นเดียวกับทุกๆคน... อ่านแล้วคิดตาม แก้ไขในสิ่งที่ผมผิด... ต่อยอดจากสิ่งที่คนรุ่นเก่าเขาทำไว้ให้... แล้วดวงดาวจะอยู่ใกล้แค่เอื้อมครับ...


การผสมแบบข้ามสายพันธุ์ (Cross Breed) เป็นการผสมกันของสุนัขต่างพันธุ์กัน และเป็นการผสมที่เก่าแก่ เพราะสุนัขที่เห็นกันทุกวันนี้ไม่ว่าจะ โกลเด้น เฟรนซ์ หรืออื่นๆ ก็เป็นการผสมระหว่างสุนัขหลายสายพันธุ์ โดยการทำแบบนี้คือต้องการให้ได้สุนัขเพื่อนำไปใช้งาน ตามวัตถุประสงค์ของผู้ผสมพันธุ์ต้องการ ทำให้เกินสุนัขสายพันธุ์ต่างๆทั่งโลกมากมาย รวมทั้ง บางแก้ว หรือหมาไทยก็เช่นเดียวกัน แต่การผสมลักษณะนี้ ต้องใช้ความรู้ และเวลาที่ยาวนานมาก จนกว่าจะได้สายพันธุ์ที่ถ่ายทอดเลือดที่นิ่งพอ และได้ลักษณะประจำพันธุ์ตที่เหมือนกันทุกเจนเนอเรชั่ น เป็นการยากมากๆ ดังนั้นการที่มีคนบางคนที่พยายามผสมแบบนี้ เช่น กระทู้ไซ บางแก้ว เป็นการทำที่คิดว่ามักง่าย และเห็นแก่ตัว ทำลายการพัฒนาพันธุ์สุนัขที่เค้าพัฒนากันมาเป็น ร้อยเป็นพันปี ให้เหตุผลปัญญาอ่อนของตัวเอง คิดเพียงตื้นๆ ไม่ได้มองการพัฒนาที่ทุกคอก ทุกคนเค้าตั้งใจทำกัน และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า คนในบอร์ดนี้คงไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน...เอ๊ะ..แต่ปลา Cross breed ไม่เป็นไรมั้ง ...สวยดี....



ผู้เขียน : อ.ตองอู
นำเสนอโดย : ทีมงานซุ้มไก่ชน

แก้ไขครั้งล่าสุดโดย ~*{พิราบหยก}*~ : 11-05-08 เมื่อ 11:03 AM.
~*{พิราบหยก}*~ สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for ~*{พิราบหยก}*~ Click here to Send ~*{พิราบหยก}*~ a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 11-05-08   #2
~*{พิราบหยก}*~
นก VIP
 
รูปส่วนตัว ~*{พิราบหยก}*~
ชื่อ-นามสกุล: ชัยวัฒน์ แซ่เตีย
ชื่อที่ใช้แข่ง: TANAPON-VORARUK-LADDA
สายพันธุ์: 36ครั้ง/มาร์ค&เจอราร์ด ซันเต๊น/มอริส โวท/อีลิค ลิมบรูค/คูปแมน/คีโบชัวร์/และอื่นๆ
 
สมัครเมื่อ: Aug 2007
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร
อายุ: 47
โพสท์: 2,006
UserID: 6
ทฤษฎีการผสมไก่ชนแบบไลน์บรีด



สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงของการผสมไก่ชนคือการเว้นการอินบรีดคือผสมในสายเลือด เว้นการเอ้าท์บรีดคือการผสมนอกสาย เหล่านี้เป็นการกะเกณฑ์แบบค่อนข้างมั่นใจให้ละเว้นไปเสีย แต่สิ่งที่ควรกระทำในการผสมไก่ชนให้ได้ดี ยังหาข้อสรุปที่แน่นอนไม่ได้ แต่เท่าที่รู้โดยคร่าวๆคือการไลน์บรีดก็คือการที่รักษาความดีของตัวตั้งต้นไว้ในรุ่นต่อๆมา โดยมีพันธุ์อีกพันธุ์หนึ่งเข้ามาผสมเพื่อรักษาให้รุ่นต่อๆมาที่ได้มีความแข็งแรง หลีกเลี่ยงสายเลือดชิด การกระทำเช่นนี้เป็นการเพิ่มอัตราส่วนหรือความถี่ของยีนที่เราต้องการ เพื่อให้ได้ลักษณะที่ดีคล้ายตัวตั้งต้น แต่มีลักษณะของอีกพันธุ์หนึ่งรวมเข้าไปด้วย

ไลน์บรีดดิ้ง (Line breeding) สามารถทำได้อย่างตรงไปตรงมา หรือมีขั้นตอนซับซ้อนขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการถ่ายทอดลักษณะการวางแข้งและลักษณะของลีลาของสายพันธุ์ที่ใช้อยู่ การปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีนี้อาจใช้วิธีการผสมกลับ(backcross)โดยนำไก่ชนสายหนึ่ง เข้าผสมกับอีกสายหนึ่ง ต่อจากนั้นก็นำรุ่นลูก มาวนกลับผสมกับฝ่ายพ่อหรือฝ่ายแม่ขึ้นอยู่กับว่าจะให้รุ่นลูกมีลักษณะการชนเอนเอียงไปทางสายพ่อหรือสายแม่ และอีกสายที่ไม่ได้เป็นสายหลัก จะเป็นสายที่มาปรับปรุงพันธุ์ให้เด่นชัดขึ้น ซึ่งช่วยให้การผสมเช่นนี้ ห่างจากอินบรีดน้อยลง

สมมุติว่าพันธุ์ให้เป็นอักษรD พันธุ์รับเป็นอักษร R ลูกผสมชั่วแรกเป็นF1 และลูกผสมครั้งต่อๆมาใช้สัญลักษณ์เป็นBC1 BC2 BC3 ตามลำดับ วิธีก็คือ นำR ผสมกับD ได้F1 แล้วนำลูกผสมF1ที่ได้กลับไปผสมกับพันธุ์รับR ได้อีกรุ่นเป็นBC1 โดยการผสมครั้งต่อๆมา จะต้องคัดเลือกตัวที่มีลักษณะตามต้องการมาผสมเท่านั้น การผสมแต่ละครั้ง อัตราส่วนของยีนทุกชนิดของพันธุ์รับจะมีอัตราส่วนเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ของที่เพิ่มในช่วงก่อน อีกด้านหนึ่ง ลักษณะของพันธุ์ให้จะเพิ่มขึ้นเพื่อมาปรับปรุงพันธุ์เท่านั้น

ลองนึกภาพคร่าวๆว่าเมื่อเสาะหานกดีมาเป็นพ่อแม่พันธุ์จะต้องมีพันธุ์ด้านหนึ่งเป็นพันธุ์ที่ยืนพื้น เช่นตัวเมียลีลาม้าล่อข้วางจัด ทำหน้าที่เป็นพันธุ์รับ ส่วนตัวผู้ลีลาไม่มากแต่ถี่แม่น ผู้เพาะพันธุ์จินตนาการลูกไก่ที่จะได้มาตามความคิดว่า อยากได้ไก่ชนคล้ายๆสายตัวเมียคือม้าล่อแต่ถี่แม่น ก็อาจใช้วิธีไลน์บรีดเช่นนี้นำมาผสมกันได้ ซึ่งการผสมกลับแต่ละครั้งจะมีอัตราส่วนของลูกที่จะเอนเอียงไปทางตัวเมียซึ่งเป็นพันธุ์รับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่จะผสมกลับกี่ครั้งเพื่อให้ได้ลูกที่มีลักษณะตามต้องการนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสายไก่ชนที่มาเข้ากัน และต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสายเลือดให้ห่างจากการอินบรีดที่มีผลทำให้ลูกไก่ไม่แข็งแรง



จะเห็นจากตารางว่ารุ่นลูกที่ได้จากการผสมสองสายเข้าด้วยกันF1 มีความก้ำกึ่งกันระหว่างพ่อกับแม่ ไก่ชนรุ่นนี้ยังจะไม่พบไก่ชนที่มีคุณสมบัติพอแข่งขันได้นัก อาจจะเรียกว่าเป็นไก่ชนที่ไม่เด่นไปทางใด แต่เมื่อนำเอารุ่นF1ไปผสมกับพันธุ์รับ อัตราส่วนของเลือดจากพันธุ์รับจะเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น75% และเมื่อนำรุ่นBC1ที่ได้ ไปผสมกับRอีกครั้ง จะได้รุ่นBC2 สายเลือดของRก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและถ้าผสมไปเป็นทอดๆก็จะมีอัตราส่วนของสายเลือดRเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ความแข็งแรงและความต้านทานโรคก็จะลดลง เนื่องจากเริ่มจะมีสายเลือดชิดเข้ามาปรากฏ

การผสมไก่ชนไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเช่นนี้เสมอไป การผสมเช่นนี้แม้จะควบคุมสายเลือดให้เป็นไปตามกำหนด แต่ลูกไก่ชนที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกลูกไก่ชนที่ไม่เด่นไปทางใดเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากธรรมชาติต้องการควบคุมให้เกิดความสมดุลการแปรผันยีนที่เรียกว่าbalance model อีกทั้งการคัดเลือกก็ไม่ง่ายเหมือนกับการเพาะพันธุ์สัตว์อื่นๆ แต่ก็ง่ายกว่าการเพาะนกเขาชวา เพราะนกเขาชวาไข่ครั้งละแค่สองฟอง โอกาสที่จะได้นกหลายๆแบบจากพ่อแม่คู่เดียวที่นำมาตั้งต้นการเพาะก็ยากขึ้น ถ้านกเขาชวาเสียงไข่ครั้งละหลายๆฟอง เหมือนไก่ชน คงจะมีนกดีๆเกิดขึ้นมาให้เลือกได้อย่างหลากหลาย ผิดกับไก่ชนที่มีไก่ดี ๆ เพิ่มขึ้นมากมายในแต่ละปี



ผู้เขียน : อ.ตองอู
นำเสนอโดย : ทีมงานซุ้มไก่ชน
~*{พิราบหยก}*~ สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for ~*{พิราบหยก}*~ Click here to Send ~*{พิราบหยก}*~ a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 20-05-08   #3
luckyang
 
โพสท์: n/a
อยากตอบครับ

เรื่องนี้มัน ก็เป็น วิชา ชีววิทยา สมัย มัธยม หรือ วิชา แนทไซ สมัย มหาวิทยาลัย คือมันต้องกลับไปคุยในเรื่องของยีน

การถ่ายทอดทางพันธุกรรม มันจะอาศัยโครโมโซม กับ ยีน

ผมจะพูดถึง ยีนเด่น กับ ยีนด้อย พอนะครับ สำหรับนกพิราบ

** ถ้าเราพี่น้องพ่อแม่ ผสมกัน มันจะมียีนด้อยแฝงออกมา ครับ **


ผมบอกเท่านี้ดีกว่า จบเลย
  Click Here to See the Profile for luckyang Click here to Send luckyang a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
ตอบกลับ



กฎการส่งข้อความ
คุณไม่สามารถตั้งหัวข้อใหม่ได้
คุณไม่สามารถตอบกระทู้ได้
คุณไม่สามารถแนบไฟล์ได้
คุณไม่สามารถแก้ไขกระทู้ของคุณได้

โค้ด vB เปิด
[IMG] โค้ด เปิด
โค้ด HTML ปิด
กระโดดไป


เขตเวลาทั้งหมด GMT +7. โดยเวลาในขณะนี้คือ 01:48 AM.


Power by vBulletin เวอร์ชัน 3.0.1 Thai Language By bigs15
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000 - 2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
ขอสงวนลิขสิทธิ์การใช้iรูปภาพและหรือข้อความในเว๊ปนี้สู่ภายนอก