ชมรมคนรักนกพิราบแข่งแห่งประเทศไทย - Thai Racing Pigeon Community  


กลับไป   ชมรมคนรักนกพิราบแข่งแห่งประเทศไทย - Thai Racing Pigeon Community > ห้อง - สุขภาพ และการรักษา
สมัครสมาชิก/Register คู่มือการใช้ รายชื่อสมาชิก Online Store ปฏิทิน

ห้อง - สุขภาพ และการรักษา ห้องนี้ มีไว้สำหรับแลกเปลี่ยนและหรือแนะนำโรคที่เกี่ยวกับนกพิราบรวมทั้งการดูแลและแก้ไข เช่น โรคพาราไทยฟอยด์ หรือ พารามิกโซไวรัส เป็นต้น และรวมถึงอาการอื่นๆ เช่นขาหัก, ฝีดาษ (Pox), การให้ยาต่างๆเป็นต้น

รายชื่อสมาชิกที่เกิดวันนี้
ดูวันเกิด
Chatchawut ‎(27)

ตอบกลับ
 
เครื่องมือหัวข้อ Display Modes
เก่า 04-09-07   #1
~*{พิราบหยก}*~
นก VIP
 
รูปส่วนตัว ~*{พิราบหยก}*~
ชื่อ-นามสกุล: ชัยวัฒน์ แซ่เตีย
ชื่อที่ใช้แข่ง: TANAPON-VORARUK-LADDA
สายพันธุ์: 36ครั้ง/มาร์ค&เจอราร์ด ซันเต๊น/มอริส โวท/อีลิค ลิมบรูค/คูปแมน/คีโบชัวร์/และอื่นๆ
 
สมัครเมื่อ: Aug 2007
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร
อายุ: 47
โพสท์: 2,069
UserID: 6
การป้องกันโรคต่างๆเบื้องต้น

การป้องกันโรค
--------------------------------------------------------------------------------
การที่เราจะได้นกพิราบแข่งที่แข็งแรง มีสุขภาพดี เพื่อส่งเข้าแข่งขันนั้น เราจำเป็นที่จะต้องป้องกันนกของเราให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือการป้องกัน โดยการให้วัคซีนนั่นเอง การป้องกันนั้นย่อมดีกว่าการรักษาแน่นอน เพราะนกที่เคยถูกคุกคามจากโรคร้ายนั้น ถึงจะผ่านการรักษามาเป็นอย่างดี ก็คงไม่เหมือนนกที่มีสุขภาพแข็งแรงมาตั้งแต่ต้นหรอก
โรคของนกพิราบที่นักเลี้ยงนกประสพอยู่บ่อยๆคงไม่พ้นโรค พารามิกโซ่ (Paramyxo) และ ไทรโคโมเนียสิส (Trichomoniasis) อาการของนกที่เป็นโรคพารามิโซ่ คือนกจะถ่ายเหลว คอเอียงและมีอาการที่ไม่สามารถจิกกินอาหารได้ หรือจิกถูกข้างๆของเมล็ดอาหาร ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าระบบประสาทจะไม่ประสานกันกับการมองเห็นของตา เนื่องจากเชื้อไวรัสจะทำให้ระบบประสาทบางส่วนเกิดการอักเสบบวมนั่นเอง
ส่วนโรคไทรโคโมเนียสิสนั้น คือการที่นกจะมีเชื้อพยาธิที่เล็กมากจนไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่า แพร่ขยายอยู่ในลำคอและระบบหายใจ เช่นโพรงจมูกและหลอดอาหาร ตามปรกติแล้ว นกพิราบจะมีพยาธิชนิดนี้เกือบทั้งสิ้น นกจะไม่มีอาการใดๆถ้ามีเชื้อนี้ในปริมาณที่น้อย แต่ถ้ามีปริมาณมาก นกที่เป็นจะมีอาการของการอักเสบ และบวมในช่องคอ ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำๆสีเขียว ขยับจะงอยปากอยู่บ่อยๆเพราะอาการคันในลำคอ การติดเชื้อนี้ ค่อนข้างจะง่าย เนื่องจากสามารถติดต่อได้จากการดื่มน้ำจากถ้วยเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราส่งนกเข้าแข่งขันนั้น นกจะอยู่ในรถบรรทุกคันเดียวกันและจะดื่มน้ำรวมกันด้วย จึงมีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อจากนกตัวอื่นๆ
การป้องกันโรคทั้งสองที่ได้กล่าวถึงนั้น ก็คือการให้วัคซีนคุ้มกันสำหรับโรคพารามิกโซ ส่วนโรคไทรโคโมเนียสิสนั้น โชคร้ายที่ยังไม่มีวัคซีนคุ้มกัน วิธีที่จะควบคุมก็คือการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการติดโรคให้น้อยที่สุดนั่นเอง

Paramyxo

ตอนนี้ ผมจะขอพูดถึงชนิดของวัคซีนที่ป้องกันโรคพารามิกโซก่อนนะครับ วัคซีนตัวแรกคือ ลาโซต้า (La Sota) เป็นวัคซีนเชื้อเป็น ซึ่งใช้หยดลงบนตาและทางรูจมูกของนก วัคซีนชนิดนี้จะให้การคุ้มกันแก่นกที่ยังไม่ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว ภายใน 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เวลาของการคุ้มครองจะค่อนข้างสั้น เพียง 7 ถึง 10 อาทิตย์เต็มที่เท่านั้น

วัคซีนตัวต่อมาคือ โคลอมโบแวค (Colombovac) และ นิวคาแวค (Newcavac) ทั้งสองชนิดนี้เป็นวัคซีนเชื้อตายและเจือจาง ใช้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ซึ่งจะไม่คุ้มกันทันทีที่ฉีด แต่จะเริ่มคุ้มกันหลังจากนั้น 15 ถึง 20 วัน และจะให้การคุ้มกันที่ยาวนาน 6 ถึง 12 เดือนเลยทีเดียว โดยปรกติ ผมอยากแนะนำให้ใช้วัคซีนชนิด 2 ตัวหลัง แต่ในกรณีที่นกมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ เช่นโรคกำลังระบาด และต้องการการคุ้มกันอย่างเร่งด่วน ผมขอแนะนำให้ใช้ La Sota ครับ
การให้วัคซีนลาโซต้านั้น เราสามารถเริ่มให้แก่ลูกนกตั้งแต่ตอนที่เราแยกมันออกจากพ่อแม่ได้ทันที ลูกนกจะได้รับภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็ว และถ้าเราให้วัคซีนเชื้อตายซ้ำ โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังในอีกไม่กี่อาทิตย์ต่อมา คุณก็สามารถสบายใจได้เลยว่า โรคร้ายนี้ จะไม่มาเยี่ยมเยียนนกแข่งของคุณแน่นอน

ที่ผมแนะนำเช่นนี้ เนื่องจากว่า เคยมีนักเลี้ยงนกบางคนให้วัคซีนเชื้อตายแก่ลูกนกที่เพิ่งแยกจากพ่อแม่ หลังจากนั้นไม่นาน ลูกนกเหล่านี้ก็มีอาการถ่ายเหลว นั่นแสดงว่าวัคซีนที่ให้ไปนั้น ยังไม่สามารถให้ภูมิคุ้มกันลูกนกเหล่านั้นได้เลย ในช่วงที่ลูกนก มีการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
Trichomoniasis

ตัวยาที่เป็นที่นิยมในการรักษาโรค Trichomoniasis คือ Spartrix, Ridzol-S และ Emtryl 10%
Spartrix เป็นยาชนิดเม็ด เหมาะแก่การใช้กับกรงเล็กที่มีปริมาณนกไม่มากนัก ข้อดีของการใช้ Spartrix คือนกทุกตัวจะได้รับการรักษาแบบตัวต่อตัว และได้รับตัวยาที่แน่นอน
Ridzol-S เป็นยาชนิดผงใช้ละลายในน้ำให้นกกิน ในปริมาณยา 1 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร
ส่วน Emtryl 10% เป็นยาชนิดผงเช่นกัน แต่จะมีอนุภาพในการทำลายเชื้อ Trichomoniasis อย่างแรง เพราะฉนั้น ควรระวังไม่ให้ใช้ยาในปริมาณที่เกินจากกำหนด คือ 4 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร และให้กินต่อเนื่อง 3 วัน และให้กินเช่นนี้ทุกๆปี เพียงปีละครั้งเท่านั้น

โรค Trichomoniasis นี้ ถ้าเราไม่รักษาหรือควบคุมอย่างต่อเนื่อง มันจะเป็นภัยที่คุกคามสุขภาพของนกเราอยู่เสมอ และจะทำให้อ่อนแอ และยังติดโรคชนิดอื่นได้โดยง่ายเช่นกัน
วิธีการให้ยาของผมก็คือ ผมจะให้พ่อแม่นกที่กำลังป้อนลูกนกด้วยยา Ridzol-S ติดต่อกัน 3 วัน ทุกๆ 2-3 เดือน ส่วนลูกนกที่ได้ทำการแยกจากพ่อแม่นกได้ประมาณ 3 อาทิตย์นั้น ผมจะให้ Ridzol-S ในน้ำดื่มติดต่อกัน 3 วันเช่นกัน เมื่อลูกนกโตขึ้น และมีอายุพอที่จะซ้อมเพื่อส่งเข้าแข่งขันได้แล้ว ผมจะให้ยาอีกครั้ง โดยให้ยาชนิดอื่นที่ไม่ใช่ Ridzol-S เหตุผลก็เพราะว่า ถ้าเราให้แต่ยาชนิดเดิมๆ มีโอกาสสูงที่เชื้อ Trichomonas จะสามารถดื้อยาได้ และในช่วงฤดูการแข่งขันนั้น ผมก็จะกลับมาใช้ Ridzol-S อีกครั้ง โดยการให้เดือนละครั้งๆละวันครึ่ง เช่นในวันอาทิตย์เย็น หลังจากที่นกกลับจากการแข่งขัน และวันจันทร์อีกหนึ่งวันเต็ม ผมจะให้วิตามินเสริมด้วยหลังการรักษาเพื่อให้นกมีความสดชื่นขึ้น
ถ้าคุณสามารถควบคุมโรคร้ายเหล่านี้ให้อยู่ห่างจากนกของคุณ ผมมั่นใจว่าสุขภาพของนกแข่งของคุณจะแข็งแรงและให้ผลการแข่งขันที่ดีได้แน่นอน

ขอขอบคุณ
ข้อความจาก http://thaipigeonracing.bravehost.com/TPR/index.htm ครับ
~*{พิราบหยก}*~ สถานะออฟไลน์   Click Here to See the Profile for ~*{พิราบหยก}*~ Click here to Send ~*{พิราบหยก}*~ a Private Message ตอบพร้อมอ้างข้อความ
ตอบกลับ



กฎการส่งข้อความ
คุณไม่สามารถตั้งหัวข้อใหม่ได้
คุณไม่สามารถตอบกระทู้ได้
คุณไม่สามารถแนบไฟล์ได้
คุณไม่สามารถแก้ไขกระทู้ของคุณได้

โค้ด vB เปิด
[IMG] โค้ด เปิด
โค้ด HTML ปิด
กระโดดไป


เขตเวลาทั้งหมด GMT +7. โดยเวลาในขณะนี้คือ 12:09 PM.


Power by vBulletin เวอร์ชัน 3.0.1 Thai Language By bigs15
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000 - 2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
ขอสงวนลิขสิทธิ์การใช้iรูปภาพและหรือข้อความในเว๊ปนี้สู่ภายนอก